Performances

 
 
สถานที่: โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน
วันที่: 28 พ.ค. 54, 17.00 น. - 00.00 น.
ราคาบัตร: ธรรมดา 1,800 บาท, VIP 3,500 บาท, VIPx2+ที่ัพัก 15,000 บาท
 
 
     ด้วยราคาบัตรและสถานที่ๆทั้งแพงและไกล เราเลยลืมงานนี้ไปอย่างง่ายดายแม้ว่าจะอยากรู้มากๆว่างานจะออกมาเป็นอย่างไร งานที่เขาว่ากันว่ามันเป็น Cinemetic Show, Cinemetic Experience คอนเสิร์ตโดยผู้กำักับชื่อดังอย่างเป็นเอก รัตนเรืองเลยที่เดียว แต่แล้วฟ้าก็มาโปรดให้ได้บัตรงานมาฟรี (ขอขอบคุณเจ้าของบัตรไว้ ณ ที่นี้) ฉะนั้นแล้วด้วยเหตุผลข้างต้นจึงไม่ต้องมีเหตุผลอื่นใดอีกเลยที่จะปฏิเสธงานนี้ไป (แม้จะมีลังเลบ้างเพราะจัดชนกับอีกงานที่อยากไป) เมื่อนั้นจึงจองที่พักโดยด่วนและเมื่อถึงเช้าวันงานก็เริ่มออกเดินทาง ดังจะขอเล่าไล่เรียงเหตุการณ์ในวันงานดังนี้
 
  • ไปถึงงานประมาณ 16.30 น. พบว่างานจัดที่สวนหน้าโรงแรมดุสิตซึ่งก็โปร่งดูสบายดี งานดูใหญ่สมศักศรี เพียงแต่ห่วงเรื่องฝนอย่างเดียวเพราะฟ้าครึ้มมากๆ (แต่โชคดีที่ในช่วงงานฝนไม่ตกมาเลย)
  • เริ่มเห็นความตลกอะไรบางอย่าง บัตรที่เราได้คือบัตร VIP ซึ่งได้อยู่หน้าเวทีเลย ส่วนบัตรธรรมดาจะอยู่ทางด้านหลังซึ่งก็เป็นปกติธรรมดาแต่ที่ตลกคือบัตรธรรมดามีแปลนอนอย่างดี (เหมือนตามบางแสนนั้นแหละ) ส่วน VIP นั้นนั่งบนหญ้า! (จริงๆมันก็มีหมอนไฮโซให้นั่งแหละแต่แม่งน้อยเกิ้น ไม่เพียงพอกับคนที่มา) ฉะนั้นแล้วถ้าไม่อยากให้หญ้าทิ่มตูดและเปียกก็ต้องพกเสื่อไปด้วยหรือไม่ก็หากระดาษมารองนั่ง (ซึ่งกลุ่มเราใช้วิธีนี้) แต่หากไฮโซหน่อยก็ไปซื้อเสื่อซึ่งทางงานมีขายอยู่ด้วยสนนราคา 190 บาทถ้วน
  • ออ! ไม่ต้องห่วงนะว่าต้องซื้อบัตร VIP ถึงจะได้เห็นหน้าเบบี้เฟสแบบชัดๆเพราะที่กั้นแต่ละโซนมันเตี้ยเลี่ยดิน ฉะนั้นแล้วดึกๆก็ข้ามเข้ามาหน้าเวทีได้เลย!
  • หากหิวก็มีอาหารขายโดยการแลกคูปองที่ไม่สามารถแลกคืนได้ ของคาวก็จานละ 50 บาทอันเป็นอาหารของทางโรงแรมซึ่งรสชาติอร่อยดีราคาก็พอรับได้ แต่หากอยากกินเบียร์ (100บาท/แก้ว) หรือป๊อปคอร์น (50บาท/กล่อง) ก็ต้องแลกคูปองอีกแบบนึงนะครับไม่สามารถใช้คูปองซื้ออาหารมาซื้อเบียร์หรือป๊อปคอร์นได้ ยุ่งยากดีแต่ก็พยายามเข้าใจว่าคงคนละส่วนกัน (แต่เสือกแลกคืนไม่ได้นี่สิ...ฮ่วย)
  • แต่ห้องน้ำสะอาดดี แยกส่วนออกมาชัดเจนอันนี้ขอชม
  • งานเริ่มเกือบ 18.00น. เลตไปเกือบหนึ่งชั่วโมง เริ่มด้วยโฆษณาของสปอนเซอร์ต่างๆ 1 ชุดและตามด้วยศิลปินจากค่าย Love is ไล่เรียงจากลิปตา, ตู่ ภพธรและโต๋ศักสิทธิ์ ซึ่งเอ่อ! ธรรมดามากมายสำหรับเรา แต่ก็คงถูกใจผู้ชมที่เป็นผู้หญิง แต่คำถามที่เราอยากรู้คืออะไรคืองานของเป็นเอก? ซึ่งสิ่งที่เป็น Cinemetic ก็มีเพียงภาพกราฟฟิคโดยเอาอนิเมชั่นเก่าๆมาซ้อนกับกราฟฟิคที่สร้างขึ้นมาใหม่โดยฉายวนไปมาและเปลี่ยนชุดภาำพไปในแต่ละเพลง แต่เอ่อ! ดันไม่ฉายที่จอด้านหลังเวที แต่กลับฉายที่จอด้านข้างทำให้บัตร VIP ต้องเลือกดูเอาว่าจะดูนักร้องหรือว่าดูกราฟฟิค ไม่สามารถดูทั้งคู่พร้อมกันได้ ซึ่งการแสดงของทั้งสามคนนี้สำหรับเราถือว่าไม่ผ่านโดยสิ้นเชิง
  • โชคยังดีสำหรับกลุ่มของ Love is ที่ได้เบนชลาทิศมาช่วยกู้หน้าไว้ด้วยพลังเสียงและการเอนเตอร์เทนผู้ชมได้ฉกาจนัก ก่อนจะจบลงด้วยการร้องเพลงหมู่แล้วก็จบช่วงแรกไปแบบเกือบแย่
  • ไหนว่ะงานเป็นเอก?? ถามตัวเองครั้งที่สองในช่วงเวลาเบรคเพื่อซาวด์เช็ค ถ้าไอ้วิช่วลที่ขึ้นบนจอนั้นเป็นของเป็นเอกเราจะโกรธมาก เพราะแม่งธรรมดามากๆ เอาแค่ภาพจากหนังมาซ้อนกับกราฟฟิคแล้วก็วนไปมา แค่นั้น
  • ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เริ่มด้วยคอนเสิร์ตของกลุ่ม Spicy Disc (ออ! ก่อนเริ่มก็ต้องฉายโฆษณาของสปอนเซอร์ต่างๆอีก 1 ชุดเช่นกัน) โดยเิริ่มด้วยภาพส่วนหนึ่งจากหนังฟ้าทลายโจรแต่ใช้การพากษ์ใหม่เป็นการเกริ่นก่อนเข้าช่วงนี้ ยอมรับว่าไล่เรียงศิลปินไม่ได้แล้วเพราะมากันเยอะแล้วก็ร้องกันคนละเพลงสองเพลง และเหมือนผู้จัดงานจะรู้เลยเอาภาพกราฟฟิกมาขึ้นที่จอกลางเวทีบ้างแล้วซึ่งที่สังเกตดูช่วงนี้หนังในจอจะเริ่มเป็นหนังขาวดำอันสามารถคาดเดาได้ว่าภาพในหนังคงเริ่มใหม่ขึ้นเรื่อยๆจากยุคหนังเงียบ ขาวดำ ไปสู่หนังสีในแต่ละเพลงที่ดำเนินไป แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น (แต่เรารู้อยู่แล้วเพราะทีมงานเดินมาบอกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปเพราะกลัวเราตกกะใจ!) เมื่อพี่ตุลร้องเพลงอยู่ดีๆก็เกิดระเบิดขึ้นและไฟดับลง (เห็นหน้าพี่ตุลแล้วแกคงเซ็งมากเพราะแกเฉยสุดๆแม้จะมีระเบิดก๋องแก๋งที่ลำโพง!) ซักพักมีคนเดินถือตะเกียงจะมาซ่อมไฟแต่แล้วก็โดนยิงตายคาเวทีโดยคนด้านล่าง คนที่ไม่รู้ก็ตกใจกันไป (ไอ้คนรู้แล้วก็เซ็งกันไป) ซักพักก็ขึ้นภาพเป็นเอกมาแถลงการณ์ (คล้ายๆการแถลงการของกลุ่มอัลกออิดะอะไรประมาณนั้น) ในใจคิดโอ้ว! เอาแล้วโว้ยมาซักที Cinemetic Experience โดยเป็นเอกออกมาบอกว่ามีกองถ่ายหนังสั้นขอมาใช้คอนเสิร์ตนี้ในการถ่ายหนังสั้นฉากสุดท้าย หนังเรื่องนั้นคือ It's Personal (ค้นหาได้ใน youtube) แล้วก็ขอโทษขอโพยผู้ชมทั้งที่รู้แล้วและยังไม่รู้เรื่อง (ซึ่งจริงๆก็ตะหงิดๆอยู่แล้วแหละเพราะเห็นมีการใช้กล้องแบบมืออาชีพถ่ายคอนเสิร์ตแถมอยู่ดีๆยังมีคนวิ่งไปมาแล้วกล้องก็ถ่ายตาม) ซึ่งก็แค่นั้นแล้วก็จบไป Spicy disc ก็กลับมาเล่นคอนเสิร์ตต่อไปจนจบช่วง
  • ขณะเบรคยาวเืพื่อเข้าสู่ไฮไลท์โดยนักร้องนักแต่งเพลง Babyface เริ่มรู้สึกแล้วว่ากูโดนหลอกแน่ๆ หลอกด้วยการ PR โดยใช้เป็นเอก (ที่พี่เขาอาจโดนหลอกมาอีกทีก็ได้ แต่ถ้าไม่ใช่กูจะเกลียดพี่เขามาก) หลอกให้คนมาดูเพื่อจะได้ถ่ายหนัง หลอกโดยใช้คำหรูๆว่า Cinemetic Show, Cinemetic Experience ซึ่งเอาเข้าจริงมันคือคอนเสิร์ตที่สุดแสนจะธรรมดาแต่ราคาแสนแพง
  • Babyface ไร้ความหมายไปแล้วสำหรับเรา (ออ! อย่าลืมโฆษณาก่อนเิริ่มช่วงนี้ด้วยนะ) เฟลมากๆ แต่ได้ยินมาว่าจะมีทีเด็ดอีกเมื่อ Babyface ลงจากเวที เอาว่ะกูรอมานานละ รออีกหน่อยละกัน (ซึ่งแน่นอนไฮไลท์ของงานต้องแสดงยาวเป็นพิเศษ)
  • เจอโอปอล สวยมากกกกกกกกกก (อาจไม่เกี่ยวแต่ถือว่าเป็นสิ่งดีๆอันน้อยนิดในงานนี้)
  • Babyface ลงไปแล้วทุกอย่างเงียบสนิท เวทีและเครื่องเสียงรวมถึงเครื่องดนตรีถูกเก็บออกจากเวที....อึ้งครับ (แล้วก็โฆษณาอีก 1 ชุดปิิดท้าย)
  • ซักพักมีภาพขึ้นจอและคนพูดออกไมค์ว่า "งานจบแล้วความสนุกอย่างไม่จบ ขอเชิญทุกท่านที่ห้องแกรนด์บอลลูมเพื่อรับชมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก" (ซึ่งไฮเนเก้นเป็นผู้สนับสนุนบอลถ้วยนี้เป็นหลักอยู่แล้ว)......WTF!!!!!!!
  • ได้แต่ด่าในใจระหว่างเดินไปที่รถว่า "เชี่ยๆๆๆๆๆ"
  • กลับที่พัก อาบน้ำ ดูบอล นอนหลับ พ่อเมิงตาย เชี่ยๆๆๆๆ (อีกหลายๆรอบ)
  • ความเฟลนี้ยังได้เกิดขึ้นกับเพื่อนข้าพเจ้าอีกสามคนด้วยระดับมากน้อยต่างกันไป

 

0.5/5