05/03/12 - I Spit on Your Grave (Steven R. Monroe/ US/ 2010) - 1.5/5
    ไม่เคยดูหนังเวอร์ชั่นต้นฉบับแต่ก็พอรู้ถึงกิตติศัพท์มาบ้างในการเป็นหนังต้องห้ามที่โดนแบนดังนั้นจึงไม่อาจสามารถเอามาเทียบเคียงใดๆได้เลยจะขอว่าแต่หนังฉบับใหม่นี้เท่านั้น
     มันว่าด้วยเรื่องของนักเขียนสาวกับการหาที่พักเพื่อเขียนงาน แต่ความซวยบังเกิดเมื่อได้ไปพบกลุ่มหนุ่มกลัดมันบ้านนาแล้วภัยคุกคามก็มาถึงพร้อมกับการแก้แค้นของเธอเป็นการปิดท้าย ดูเหมือนว่าเป้าประสงค์เพียงอย่างเดียวของผู้สร้างคือความต้องการขายความโหดแบบไม่บันยะบันยังโดยช่วงแรกก็เพียงสร้างปมเล็กๆเพื่อให้เกิดภาพโหดๆของการข่มขืนและการล้างแค้นที่ก็บอกตามตรงว่าไม่ได้ถูกจริตอะไร แถมการใส่ผู้รักษากฏหมายเข้าไปในกลุ่มผู้ร้ายก็ดูเป็นการตั้งใจที่มากเกินไปจนล้น ดูๆไปก็คิดเล่นๆว่าหากหนังไม่ไปฟันธงว่านางเอกอยู่หรือตายแล้วไปสร้างความหลอนให้พวกผู้ร้ายฆ่ากันเองหนังน่าจะไปได้สุดกว่านี้
     อย่างไรก็ตาม หนังยังมีอาการเล็กๆที่แสดงถึงการสลับขั้วของอำนาจของเพศสภาพ ซึ่งก็น่าคิดอยู่ไม่น้อยที่หนังมันโดนแบน(ทั้งสองเวอร์ชั่น)มันโดนแบนเพราะ ความโหดจริงๆหรือว่ามันคือการยอมไม่ได้กับการสลับขั้วอำนาจนั้นกันแน่?
 
05/03/12 - The Skin I Live In (Pedro Almodovar/ Spain/ 2011) - 5++/5
    หนังจบอยากจะกรี๊ดให้เสียบแหบไปเลย จริงๆเราดูหนังเจ้าป้าน้อยเรื่องมากซึ่งส่วนใหญ่ที่ได้ดูก็จะเป็นช่วงที่เพิ่งจะเริ่มการดูหนังนอกกระแสแรกๆโน่นเลย เราเลยไม่ค่อยรู้ทางความฉกาจของเจ้าป้ามากนัก หนังสนุกมากๆ มันเล่นบิดและพลิกความเชื่อของผู้ชมตลอดเวลาของมหกรรมความบันเทิงนี้ ยื่นแข้งยื่นขาพันพัวเข้าไปเกาะเกี่ยวกับทั้งเรื่องศีลธรรมและจรรยา เอาไงดีล่ะ คือมันเป็นหนังที่เขียนมากไม่ได้จริงๆมันต้องดูกันเอาเอง มันเหนือชั้นจริงๆโดยเฉพาะเรื่องของ "เปลือกนอกและเนื้อใน" ที่หนังไปได้สุดทางมากเพราะมันเล่นสลับขั้วสลับมุมสะท้อนกันไปมาอย่างสนุกมือ ร้ายกาจมาก ฉากเสือล่ากวางนี่ถ้าไม่เจ๋งทำไม่ได้จริงๆให้ดิ้นตาย ดนตรีประกอบก็เจ๋ง เก๋ ลื่นไหลและเข้ากับเรื่องมากๆ เดี๋ยวคงต้องหาหนังเจ้าป้าเรื่องอื่นๆมาดูเพิ่มเติม
 
07/03/12 - ทองปาน (ไพจง ไหลสกุล, สุรชัย จันทิมาธร, ยุทธนา มุกดาสนิท, รัศมี เผ่าเหลืองทอง/ ไทย/ 2520) - 5+++++/5
     หนึ่งในร้อยหนังไทยที่คนไทยควรดู และเราก็อยากย้ำอีกทีว่ามัน "ต้องดู"
     นี่คือหมุดหมายหนึ่งของหนังที่บันทึกช่วงเวลาที่สำคัญมากที่สุดของไทยช่วงหนึ่งทั้งในแง่ของตัวหนังเองหรือในแง่ของการสร้างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลังเหตุการณ์การเรียกร้องรัฐธรรมนูญของนักศึกษา 14 ตุลาคม 2516 จนถึงเหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลาคม 2519 มันคือผลบันทึกของการโคนรัฐบาลทหารจากพลังนักศึกษาเพื่อเข้าสู่ประชาธิปไตย บันทึกผลกระทบของ "การพัฒนา" ตามแผนของรัฐ บันทึกความเหลื่อมล้ำระหว่างคนเมืองและชนบทไปจนเป็นบทบันทึกหนึ่งของการไล่ล่าคอมมิวนิสต์
     หนังใช้การตัดสลับระหว่างการประชุมการสร้างเขื่อนที่ผู้ร่วมประชุมมาจากทุกฝ่ายกับชีวิตของ "ทองปาน" ลูกอีสานผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน(การพัฒนา)นี้ ความรุนแรงของหนังคือการแสดงให้เห็นว่าประชาธิปไตยบ้านเรานั้นมันเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้นเพราะเอาเข้าจริงเราแทบไม่เคยสนใจหรือยินดีรับฟังเสียงจากทุกๆส่วนจริงๆเลย การพัฒนาจึงเป็นเพียงข้ออ้างสุดคลาสสิคในการริดรอนสิทธิที่ถ่างช่องว่างระหว่างเมืองและชนบทให้มากขึ้นๆ หลายๆฉากนั้นเหมือนหมัดที่เสยฮุกเข้าปลายคางจนเราแทบน็อคและแสนเศร้าไปกับชะตากรรมตัวตัวละครที่แสนจริงและแทบไม่เปลี่ยนไปเลยแม้เวลาจะล่วงผ่านมาแล้วกว่า 35 ปี
     สามารถดูหนังทั้งเรื่องได้ที่ Youtube ที่นี่: http://www.youtube.com/watch?v=ZACc45qZhDE&feature=related
 
07/03/12 - Involuntary (Ruben Östlund/ Sweden/ 2008) - 4.5/5
    ชอบวิธีการเล่าเรื่องของหนังมาก มันคือหนังหลากชีวิตที่เล่าเหตุการณ์ทั้งหมด 5 เหตุการณ์สลับกันไปมา โดยในทุกเหตุการณ์นั้นอาจสามารถแยกกันด้วยสภาพอายุของตัวละครเป็นหลักที่ดำเนินไปด้วยแนวทางตามชื่อเรื่องของหนังคือความ "ไม่ได้ตั้งใจ" ที่ถูกตีความแยกย่อยออกไปได้ถึงเรื่องความบังเอิญ ความซวย, ความรู้เท่าไม่ถึงการ, ความแปลกแยก, รสนิยมและลากยาวรวมไปถึงเรื่องการโกหก โดยใช้แต่ละเหตุการณ์มารองรับการตีความเหล่านี้ ความเจ๋งของมันคือมันเป็นหนังที่เล่าเรื่องสลับกันไปเรื่อยๆไม่ได้มีจุดพีคหวือหวาใดๆซึ่งมันก็มาพ้องกับชีวิตของคนอย่างเราๆที่มันก็เป็นไปในแนวทางแบบนี้ เรามักได้ประสบพบเจอกับสิ่งเหล่านี้ในห้วงอารมณ์ที่เราแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ จะมารู้ตัวอีกทีก็แทบจะสายไปแล้วทั้งนั้น ซึ่งนั้นแหละคือความพีคมากๆของหนังเรื่องนี้เมื่อมันไปจบลงที่การแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ได้เมื่อทุกอย่างสายไปเสียแล้ว แต่ก็นะ เพราะโลกไม่ได้มืดมนไปเสียตลอด เพราะทุกครั้งเราก็มีโอกาสแก้ตัวเสมอๆและก็เพราะเรา "ไม่ได้ตั้งใจ" นี่
 
07/03/12 - Kill List (Ben Wheatley/ UK/ 2011) - 4/5
    สนุกดีแต่ก็เหวอแดกแบบงงๆไปหน่อยในช่วงท้าย หนังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วงอย่างชัดเจน(หรืออาจจะสามองค์เลยมั๊ง) แต่ละช่วงใช้แนวทางของหนัง (Genre) ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มันเริ่มต้นด้วยดราม่าครอบครัวหนักๆก่อนตามมาด้วยหนังนักฆ่าโหดเลือดสาดแล้วจบด้วยการเป็นหนังทริลเลอร์ลัทธิประหลาดสุดระทึก ซึ่งแต่ละแนวแต่ละช่วงของมันก็ทำได้ถึงพริกถึงขิงดีจริงๆ จัดจ้านถึงใจดี แต่การที่มันยังไปไม่ถึงสุดทางของแต่และแนวแล้วถูกดึงโยกไปในแนวใหม่เลยแบบไม่ทันได้ตั้งตัวก็ทำเอาจับโน่นชนนี่ไม่ติดเหมือนกันกระทั้งหนังมาจบลงนั้นแหละแล้วได้มีเวลามาประมวลความคิดอีกทีเราก็จะได้ทราบว่าหนังมันไม่ธรรมดา ที่มาพร้อมกับอะไรบางอย่างหน่วงๆภายใน
     อนึ่งชอบฉากในท่อน้ำทิ้งมากๆ โครตตื่นเต้นเลยให้ตายเถอะ
 
11/03/12 - สุรีรัตน์ ล่องหน (ส. อาสนจินดา/ ไทย/ 2504) - 5+++/5
    เซอร์ไพร์สมาก สนุกมาก เก๋มาก เริ่ดมาก จากที่ไม่เคยถูกจริตขนบแบบละครน้ำเน่าหลังข่าวเลยแต่กับเรื่องนี้กูยอมศิโรราบโดยดุษฎีแถมยังเหนือชั้นและเล่นเอาประหลาดใจด้วยการใส่ความเป็นหนังไซไฟเข้าไปผสมกับความเป็นเมโลดราม่า จนก่อเกิดเป็นหนังไทยเรื่องหนึ่งที่ยากจะลืมเลือน (ยิ่งรู้ว่าหนังสร้างในปี 2504 ด้วยแล้วยิ่งฟิน)
     ตามขนบละครหลังข่าวโดยทั่วไปมันก็มักพูดถึงเรื่องของชนชั้น ความลักลั่นของชีวิต การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นอันเป็นสิ่งที่เห็นได้ปกติอยู่แล้วแต่พอหนังมันเอาไซไฟเข้ามา เอาเรื่องล่องหนเข้ามามันก็ยิ่งทำให้หนังนอกจากที่จะสนุกขึ้นแล้วมันยังไปช่วยเสริมในบางเรื่องให้เด่นชัดขึ้นและน่าคิดตาม การเอาการล่องหนมายั่วล้อความความเชื่อเรื่องภูตผีแบบไทยๆ นัยยะแห่งความไม่มีตัวตน(ทั้งในเชิงชนชั้นและในเชิงรูปธรรม)แต่กลับสามารถส่งผลกระทบกับแวดล้อมได้ต่างๆนาๆ
     นักแสดงแต่ละผู้แต่ละนางร้ายกาจและเอาตายกันทุกคน โดยเฉพาะคุณนายใหญ่ที่เลวจนบ้าแบบพีคสุดฤทธิ์สุดเดชจนอยากจะกราบงามๆซักทีสองที และแม้หนังจะมีความยาวเหยียดสามชั่วโมงแต่เพราะความบันเทิงนั้นที่เหมือนจะหดความยาวของหนังให้สั้งลงไปด้วยความหรรษาและสุขยิ่ง
     สามารถดูได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=1rUpvEOiPM8  โดยความกรุณาของพี่ฟิล์มซิกครับ ^^
 
12/03/12 - KONY 2012 (Jason Russell/ US/ 2012/ Shortflim) - 2/5
    สารคดีสั้นเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า โลกกำัลังจะเปลี่ยนด้วยเครื่องมือทรงอานุภาพอย่างโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คที่แผ่อิทธิพลไปทั่วโลก เราสามารถจัดการ ควบคุม ดำเนินการกับผู้เห็นต่างได้ง่ายขึ้น ในทางกลับกันเราก็อาจกลายเป็นเหยื่อของเครื่องมือนี้ได้ด้วยในซักวันหนึ่ง แน่นอนว่าสารคดีเรื่องนี้มันพยายาม(อย่างมาก)ในการสร้างความชอบธรรมกับการจัดการควบคุมนั้น แต่ลึกๆแล้วเมื่อเครื่องมือนี้ถูกถือไว้ในฐานะแห่งการเปลี่ยนแปลง เมื่อนั้นมันก็จะกลายเป็นเครื่องมืออันทรงอานุภาพของผู้คนที่คิดเห็นต่างอีกฝากหนึ่งด้วยเช่นกัน ส่วนตัวเราเลยเห็นว่ามันน่ากลัวกว่าหากมองในระยะยาว ยิ่งธรรมชาติของสารคดีหรืแม้แต่ในโลกโซเชียลมันมักเป็นความเห็นด้านเดียวอยู่แล้วด้วย (หาดูได้ที่ยูทูปครับ)
 
14/03/12 - Chronicle (Josh Trank/ US/ 2012) - 5+/5
    นี่คือหนังที่มอบนิยามใหม่ให้กับคำโก้ๆอย่าง "ฮีโร่" มันไม่มากระแดะบอกว่า "พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง" แต่มันบอกสิ่งที่จริงกว่านั้นว่าเราไม่มีทางเป็นฮีโร่ที่ดี(หรือคิดว่าดี)ได้หรอก หากยังมีปัญหาล้านแปดและจนดักดาน เอาเข้าจริงไอ้ความรับผิดชอบอะไรนั้นมันเป็นสิ่งไร้ค่ามากหากมึงยังไม่มีแม้แต่มีเพื่อนฝูงและครอบครัวที่รักเรา(บ้าง) ตัวละครเอกทั้งสามมันก็คือภาพแทนของมนุษย์แต่ละแบบ(และแต่ละชั้น) ที่ทำให้ตายยังไงก็ไม่สามารถหนีออกจากสิ่งที่เป็นและต้องประสบอยู่ ส่วนกล้องที่บันทึกการกระทำและเหตุการณ์ต่างๆของแอนดรูว์มันก็คือจิตใต้สำนึกของตัวผู้ที่ครอบครองมันเพราะเมื่อใดก็ตามที่เราไม่จัดการควบคุม เมื่อนั้นมันก็แว้งมาควบคุมเราแทนด้วยด้านมืดอันพลั่งพลู (อันต่างจากกล้องตัวอื่นๆที่ผู้ครอบครองต้องใช้มือควบคุมอยู่) กลายมาเป็นภาพสะท้อนมุมกว้างของสภาพสังคมและมนุษย์ที่ขาดหวิ่นเหว่งที่วิ่งร้องโหยหวนอยู่ในสังคมนั้น
     ดังนั้นเอาเข้าจริงพลังอันยิ่งใหญ่อาจคือระเบิดลูกใหญ่ที่รอเวลาระเบิดมากกกว่า
     หากให้นิยามให้ง่ายหน่อยมันก็อาจคือ Kick-Ass ที่ส่งผลแบบ Carriers ด้วยการถ่ายทำแบบ Cloverfield
 
14/03/12 - Shaolin (Benny Chan/ China, HK/ 2011) - 3/5
    รู้สึกว่าช่วงหลังๆหนังจากจีนหรือฮ่องกงที่เราได้ดูมักเกี่ยวเนื่องกับทางการเมืองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เรื่องนี้ก็เช่นกันที่เอาสองสิ่งด้านตรงข้ามมาปะทะกัน เอาการเมืองทางโลกมาปะทะกับศาสนาในทางธรรม หนังไม่ได้ให้คำตอบในการปะทะนี้ที่แปลกใหม่ใดๆเพราะมันก็คือคำตอบที่เห็นได้ทั่วไปทั้งในหนังเป็นร้อยในทีวีเป็นพัน แถมย