09/11/11 (DVD) - สตางค์ (บัณฑิต ฤทธิ์ถกล/ ไทย/ 2543) - 5+++/5
    ดีใจมากๆที่หยิบหนังเรื่องนี้มาดูจนทำให้ความสุขเปี่ยมล้นและพลั่งพลูแบบสุดๆในช่วงเวลาเครียดๆจากภาวะน้ำท่วมแบบนี้ มันเป็นหนังไทยฟีวกู๊ดที่เราคิดถึงและตามหามานาน (ที่ไม่ใช่แนวทางแบบ GTH ในสมัยปัจจุบัน) มันเป็นหนังที่สนุกมากๆ เป็นหนังรวมดาราดังๆในยุคนั้นที่เราคิดถึง (และบางคนมากับบทที่เราคาดไม่ถึงแถมยังตีบทได้แตกกระจุยกระจาย) มันมีงานสร้างและเรื่องราวที่สะกดเราอยู่อย่างมีความสุข เราชอบครึ่งแรกของมันมากๆอันว่าถึงผลกระทบของสงครามที่เปลี่ยนโลกเปลี่ยนสังคม แต่มันกลับไม่เคยสามารถเปลี่ยนมนุษย์สองขาไปได้เลย ส่วนครึ่งหลังก็เป็นฟีลกู๊ดชั้นดีที่เราสุขกับมันแบบล้นทะลักมากๆที่มันบอกกับเราว่าไม่ว่าชีวิตจะขึ้นหรือลงอย่างไร มันก็มักหาที่ทางให้กับตัวมันเองได้เสมอๆ
 
09/11/11 (DVD) - ขังหญิง (พงษ์พินิจ/ ไทย/ 2546) - 0.5/5
    เหี้ยห่ามากแต่ซะใจพิลึก ที่เหี้ยห่าคือเรื่องราวอันว่าด้วยนักโทษประหารหญิงกลุ่มหนึ่งที่ถูกส่งไปเกาะปิดเพื่อฝึกและพัฒนาความคิดอ่านให้ดีขึ้นแก้ตัวจากความผิดที่เคยก่อแต่ขออภัยแต่ละนางที่มาเกาะนี้ล้วนมาด้วยชุดเอ็กซ์ๆแปลกแบบภูธร มีปัญหากับคนที่มาก่อนแบบละครช่องเจ็ดแถมด้วยโปรดักชั่นอย่างกับหนังจักรๆวงศ์ๆยุคก่อนที่สร้างเสียงเอฟเฟ็คด้วยท่อแอร์และกระดาษหนังสือพิมพ์ ส่วนที่ซะใจคือหน้าหนังมันเหมือนหนังอาร์โป๊ๆล่อตะเข้ (ที่มี โยโกะ ทาคาโน่ เป็นจุดขาย) แต่ที่ไหนได้มันกลับคือการหลอกล่อผู้ชายให้มาตกหลุมดูการแก้แค้นของฝ่ายหญิงและด่าผู้ชายแบบไม่ไว้หน้าแถมความโป้เปลือยก็น้อยและไม่น่าจดจำเอาซะเลย 555 อนึ่ง คิดว่าหนังคงได้แรงบันดาลใจมาจาก Naked Weapon หนังฮ่องกงที่ฉายก่อนหน้าเรื่องนี้หนึ่งปีแน่ๆ (นำแสดงโดย Maggie Q)
 
10/11/11 (DVD) -  พิศวาสนางพราย (สุรพล สิทธิประสงค์/ ไทย/ 2554) - 1/5
    หนังผีเรตอาร์แบบบ้านๆที่ไม่ได้มีอะไรให้จดจำมากนักเพราะแม้จะคิดมากกับมันแล้ว มันก็มักจะมีอะไรมาแย้งเสมอๆจนต้องยอมแำพ้ให้กับความไม่มีอะไรเลยของมันโดยเฉพาะการสร้างโมเดลของคนเมืองอย่างความย้อนแย้งของการเหยียดหยามคนอื่นแต่ก็มักได้เป็นฮีโร่ในบทสุดท้ายเสมอๆ รวมไปถึงมิติความเป็นชนบททั้งเรื่องผีสางและการมองกลับไปยังคนเมืองอีกทอดหนึ่ง น่าขันที่ตอนท้ายหนังดันมาแฝงมายาเรื่องรักแท้แล้วก็มาด่าทอความใคร่และราคะแบบข้างๆคูๆ เพราะจริงๆแล้วหนังเรื่องนี้มันถูกสร้างมาเพื่อจุดประสงค์ให้ไอ้คนพวกนี้ (อย่างเรา) ดูไม่ใช่หรือ?....ปลดปลงกันไป...
 
13/11/11 (AVI) - Cold Fish (Shion Sono/ Japan/ 2010) - 5++++/5
    จากนี้ไปเราสามารถบอกได้เต็มปากเลยว่า "ชิออน โซโนะ" คือ ศาสดาทางภาพยนต์คนใหม่ของเราเพราะหนังพี่แกที่เราได้ดูมาทุกเรื่องเข้าวินไปซะทุกเรื่องด้วยการนำความรุนแรงในทุกด้านมาตีแผ่วิภากษ์สังคม, มนุษย์และความตายได้แบบมีกึ้นและสะเทือนรุนแรง...เราคงเคยได้ยินมาบ้างว่า คนเลี้ยงปลามักใจเย็นเพราะสามารถดูปลาว่ายอยู่ในตู้ได้อย่างไม่มีเบื่อ หรือ ยอดของปลาสวยงามคือปลาเขตร้อนสีสันสดใส ซึ่งในหนังเรื่องนี้โซโนะทุบทำลายความคิดนั้นลงแบบไม่คณามือ เพราะเอาเข้าจริงการเลี้ยงปลาอาจเป็นแค่ผิวหนังทางสังคมที่ห่อหุ้มควบคุมจิต ใต้สำนึกเอาไว้ ตีกรอบครอบเอาไว้เหมือนปลาที่แหวกว่ายไปมาอยู่ในตู้ มันเป็นจิตที่รุนแรงเหมือนสีสันของปลาเขตร้อน "รุนแรงแต่แฝงไว้ด้วยความสวยงาม" ถ้ามันไม่ปะทุออกมามันก็จะตายจากไปอยู่ในตู้และหมดซึ่งสีสัน แต่หากเมื่อใดที่สิ่งเร้ามาถึงดัี่งเหยืออันโอชะ เมื่อนั้นความเลือดเย็นก็เข้ามาแทนที! อีกประเด็นที่รู้สึกกับมันมากๆ(และเสมอๆในหนังโซโนะ)คือเรื่องของความตายและการดำรงอยู่ การชั่งน้ำหนักของสองสิ่งนี้ในหนังของโซโนะนั้นยากเสมอเพราะโลกของเขามักน่าค้นหา (แม้ว่ามันจะวิปลาสมากก็ตาม) แต่ความตายก็มักสวยงามเสมอ! ขอกราบงามๆแก่ศาสดาองค์ใหม่ของข้าพเจ้า...
 
15/11/11 (DVD) - เสน่ห์นางเงือก (เม้าท์ สุวรรณา/ ไทย/ 2011) - 1/5
    น่าเบื่อมากๆ หนังเอื่อนเอ่ยมากๆเหมือนคนทำคิดอะไรไม่ออกแล้วพยายามลากให้มันถึงชั่วโมงครึ่งเพื่อทำออกขาย มันเป็นหนังอาร์ Low Budget ที่น่าผิดหวัง (ซึ่งจริงๆเราไม่มีปัญหาอะไรกับหนังทุนน้อยนะ กลับชอบซะอีกอาทิเช่นการครีเอตชุดนางเงือกหรือการวางโครงเรื่องให้นางเงือกมาในอีกมิติเวลาไม่ใช่มาจากทะเลเพื่อง่ายในการถ่ายทำ) มันว่าด้วยนักวิจัยที่เก่งขนาดได้ทุนวิจัยด้วยแต่เสือกเป็นนักวิจัยที่เชื่อแทบคลั่งกับเรื่องปาฏิหารย์และชอบคิดเองเออเอง ชอบเอง หลงเอง (เป็นแบบนี้ไปตลอดทั้งเรื่อง เวรกำ!) เพ้อเจ้อมาก แล้วบทจะเลิกเชื่อก็เลิกเชื่อไปซะอย่างงั้น กูจะบ้าตาย อีตัวนางเงือกก็ตลกฉิบหาย พูดไม่ได้แต่ค่อยๆมาเรียนรู้ภาษาคน แล้วพอไปเห็นหนังการ์ตูนเรื่อง Little Mermaid ก็เพ้อพกว่า "บริวารของเราๆ" ซึ่งแม่งไม่ได้นำพาไปอะไรเลยคนมันก็รู้อยู่แล้วว่าอีนี่มันคือนางเงือกจำแลงแบบงงงมา ส่วนไอ้ตัวเืพื่อนพระเอกเหมือนจะมีสาระแต่ไปๆมาๆก็ออกทะเลไปไกลเลย เหออออออ (ที่ขำอีกอย่างคือทุกๆการตัดฉากต้องเริ่มจากพุ่มต้นไม้ใหญ่แล้ว Tilt ลงมาเสมอๆ)
 
20/11/11 (AVI) - Drive (Nicolas Winding Refn, USA, 2011) - 5/5
     สิ่งที่เราชอบมากๆในหนังเรื่องนี้คือการถ่ายทอดมันออกมาด้วยมูสโทนและกลิ่นอายแบบหนังเท่ห์ๆต้นยุค 80 (ซึ่งจริงๆมันคงเป็นสิ่งที่เราคิดไปเองคนเดียวมั๊ง!) มันเท่ห์มาก มันเนียบมากและมันมีสเน่ห์มากๆ เอาแค่ฉากเปิดเรื่องก็เล่นเอาอยากกรี๊ดแตกดังๆแล้ว มันไม่ต้องใช้ความหวือหวากระโตกกระตาก ไม่ต้องใช้เสียงและดนตรีดังๆให้เสียดแก้วหู ไม่ต้องไหวกล้องไปมาให้มึนกบาล แต่มันใช้ความเนียบของการจัดองค์ประกอบภาพแบบเมพๆและเสียงดนตรีลื่นๆมามิกซ์ผสมกันที่ได้ผลออกมาอย่างโครตจะลงตัว ที่สำคัญคือ ไรอัน กอสลิ่ง แม่งเท่ห์ฉิบหาย เท่ห์จนอยากหาแจ็คเก็ตแมงป่องมาใส่บ้างเลย ส่วน แครี่ มัลลิแกน ก็บ้านซะจนกูแทบไม่เชื่อเลยว่าเคยเป็นเด็กน้อยเรียนรู้โลกใน An Education มาก่อนโอ้ยยย ตายๆๆ
 
22/11/11 (AVI) - Año bisiesto AKA. Leap Year (Michael Rowe/ Maxico/ 2010) - 2/5
     จะเขียนอย่างไรดีหว่า?เพราะเมื่อดูจบแล้วกลับไม่ได้อะไรจากมันมากนัก มัันเป็นเรื่องของสาวร่างท้วมตกงานและโดนแฟนทิ้งที่ก็ไมไ่ด้มานั่งคร่ำครวญเพ้อพกให้น่ารำคาญ กลับกันเธอกลับออกไปตามผับบาร์เพื่อไปหาชายมาเป็นคู่นอนเพื่อสนองตอบความต้องการของเธอเองในแต่ละวันๆทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปซึ่งมันก็เป็นแค่ความสัมพันธ์ระยะสั้นๆ ดีบ้างเลวบ้างตามประสา ไม่มีการสานต่อให้มากความใดๆ จนกระทั่งได้มาเจอกับหนึ่งหนุ่มที่เธอถูกใจเพราะเขาตบตีเธอ! ใช่! เธออาจเป็นมาโซคิส ซึ่งไอ้มาโซคิสนี้มันอาจมาสะท้อนช่วงชีวิตที่่้ผ่านมาของเธออีกทีหนึ่ง(แฟน ทิ้ง, ตกงาน) แต่แล้วพอเธอเริ่มพึงพอใจและลงไปลึกมากขึ้น ฝ่ายชาย(ที่เป็นผู้มอบทางออกแก่เธอ)กลับหนีหายไปซะเองในวันเดียวกับวันครบรอบวันตายของพ่อเธอ อืมมมม หรือมันคือ Visitor Q ฉบับเม็กซิโก?
 
24/11/11 (AVI) - Silip: Daughters of Eve (Elwood Perez/ Philippines/ 1985) - 5+++++/5
    It's a new cinematic experience and will be one of my year best  (or ever) for sure
     มันคือหนังจากประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศที่เราไม่ค่อยได้ข้องแวะกับหนังจากประเทศนี้บ่อยนัก แถมยังเป็นหนังโป๊ซอฟต์คอร์เห็นจู๋เห็นจิ๋มอีกตะหาก แต่เหนือสิ่งอื่นใดประเด็นต่างๆที่ปรากฏในเรื่องนี้เป็นสิ่งที่หมิ่นเหม่มากๆและหนักมากๆด้วย มันคือภาพจำลองแห่งวิวัฒนาการของสังคม มันเริ่มด้วยการก่อร่างของปรัชญาแห่งชีวิตที่นำไปสู่ความเป็นจริงของสัจธรรม(โดยเน้นไปที่ความตาย) อันสะท้อนไปถึงความเชื่อ, ความคิด, การเอาตัวรอดและกิเลส ราคะ, ตัณหาที่แตกต่างกันไปของมนุษย์แต่ละผู้แต่ละนาง จนต้องนำไปสู่การควบคุม(โดยใช้เครื่องมือแบบหนึ่งอย่าง "ศาสนา") แต่เมื่อความเชื่อยิ่งถ่างระยะห่างออกจากกัน ความขัดแย้งก็ค่อยๆก่อตัวขึ้น อันนำไปสู่ความรุนแรงและแผลร้าวอันเกินเยียวยา! (เขียนไปก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก)
      ประเด็นสำคัญคือทุกสิ่งอย่างที่เราได้ว่าไปนั้นมันไปเกาะเกี่ยวเหนี่ยวพันอยู่กับทุกๆตัวละครในเรื่องโดยที่เราไม่สามารถชี้ชัดได้เลยว่าอะไรคือถูกต้องหรือดีแท้ หรืออะไรคือสิ่งผิดอันเลวร้าย เพราะมันมักจะยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองขั้วนี้เสมอๆ อาจเพราะมนุษย์เรามีทั้งนางฟ้าและปีศาจอยู่ในตัวและทุกๆสิ่งมีเหตุมีผลของมันอันไม่ได้ต่างไปจากสังคมต่างๆในโลกของเราที่อยู่นี้เลย
     มองอีกด้านหนึ่งเรายังพบว่ามันยังเป็นหนัง Anti-religion อย่างสมบูรณ์อีกด้วย (กระทืบศาสนาคริสต์แบบไม่เหลือซากด้วยความซะใจ) กล่าวคือศาสนาใดๆก็ไม่สามารถควบคุมด้านมืดมนุษย์ได้หรอก มิเช่นนั้นแล้วการล่าแม่มดก็คงไม่มีเกิดขึ้นให้เห็น จริงไหม? (แม่ง! ยิ่งเขียนยิ่งคุ้น)
     จะว่าไปหนังมันมีประเด็นคล้ายๆกับ The Mist ของ แฟรงก์ ดาราบอนท์ ในแบบที่ดิบกว่าและฉิบหายกว่า คงต้องดูอีกรอบเพื่อการเจาะลึกเพราะมันยังมีอะไรอีกมากมายให้ได้คิดต่อ
     (ปล. อยากเห็นหนังแบบนี้ในประเทศไทยบ้างจัง)
 
26/11/11 (MJ Pinklao) - 30 กำลังแจ๋ว (สมจริง ศรีสุภาพ/ ไทย/ 2554) - 1/5
     ครึ่งชั่วโมงแรกรู้สึกว่ามึงเพ้อฝันมาก, อีกครึ่งชั่วโมงต่อมารู้สึกว่ามึงเพ้อเจ้อมากกว่า, อีกครึ่งชั่วโมงถัดมารู้สึกว่ามึงทั้งเพ้อฝันและเพ้อเจ้อ, เวลาหลังจากนั้นรู้สึกว่าเมื่อไหร่มึงจะจบซักที!!! เรารู้สึกว่าหนังมันหลงยุคและหลงฟอร์แมตมากๆ นึกว่ากำลังดูละครอยู่ หากตัดบริบทเรื่องสาวอายุ 30+ ออกไปแล้วเราพบว่านี่คือหนังรักประโลมโลกที่เคยเห็นมาแล้วทั้งชีวิตไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เราพบว่าหนังแม่งโครตแฟนตาซีเลย มันอาจเป็นแฟนตาซีสำหรับสาวๆ ซึ่งจริงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรหากมันวางอยู่บนความคิดที่ว่าการชมภาพยนต์คือช่วงเวลาแห่งการหลีกหนีความจริงไปสู่โลกแห่งจินตนาการและความบันเทิงที่ถูกสร้างขึ้น แต่สำหรับชายอายุเหยียดสามสิบที่ไม่เชื่อว่าโลกนั้นสวยงามอย่างเราๆพบว่าตัวเราเองมีปัญหากับหนังพอควร ทุกอย่างในเรื่องเหมือนคือความฝันอันสวยงาม ทุกอย่างดูเพอร์เฟก ขนาดตอนมึงเศร้ากูยังคิดว่าเป็นฝันดีด้วยซ้ำเพราะมันยิ่งทำให้เมิงรู้สึกดีกันขึ้นไปอีก ส่วนประเด็น 30+ นั้นบอกตามตรงว่าเราไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันเลยอาจเพราะได้อั้มมาแสดงกระมั๊งเพราะเราเชื่อแต่แรกแล้วว่าเธอไม่มีปัญหาอะไรแน่ๆในการหาแฟน เด้งและแสนดีซะขนาดนั้น อย่างไรก็ตามหากมองกลับกันหนังก็คงจะตายสนิทหากไม่ได้การแสดงของเธอ เธอทำให้ตัวละคร "จ๋า" มีชีวิตชีวาและเป็นส่วนที่ดีที่สุดของหนังที่มาต่อกรกับอะไรก็ตามที่อยู่ในตัวละครฝ่ายชาย มึงไม่นุ่งขาวติดปีกไปเลยว่ะ?
 
27/11/11 (AVI) - Paradise (Stuart Gillard/ Canada/ 1982) - 1/5
    ชัดเจนมากว่าหนังเรื่องนี้กำเนิดขึ้นมาก็เพราะความสำเร็จของ The Blue Lagoon (1980) ที่เน้นความหล่องามและเนื้อหนังมังสาของพระนางด้วยเส้นเรื่องประมาณว่าต้องไปติดอยู่ที่ใดที่หนึ่งสองต่อสองแล้วก็ค่อยๆรักกัน มีอะไรกัน แล้วก็มามึนๆกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย แฝงไว้ด้วยอาการแบบอดัม&อีฟ แน่นอนในเรื่องนี้มีอยู่ครบตามที่ว่ามาเพียงแต่เหตุการณ์ดันไปเกิดที่อิรัก ในยุคที่ยังจับคนมาเป็นทาสอยู่ นางเอกเป็นสาวยุคใหม่ลูกสาวเจ้าของสายเดินเรือบริติสอินเดีย (แต่ไม่รู้ไปทำอะไรที่อิรัก) ส่วนพระเอกเป็นลูกบาทหลวงซึ่งก็จะมีการกัดกันพอน่ารักของความเชื่อที่แตกต่างกันทั้งผู้ดีอังกฤษ, คริสต์ศาสนาและอิสลาม แล้วหนังก็เดินไปตามสูตร เริ่มด้วยหนีการตามล่าของคนพื้นที่(อิสลาม) ไปพบกับโอเอซิสที่เป็นดั่งสรวงสวรรค์แล้วทั้งพระเอก(คริสต์ศาสนา)ก็รักกับ นางเอก(ผู้ดีอังกฤษ) สุดท้ายก็จับมือกันสู้แล้วก็ชนะ ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามาถูกเล่าออกมาด้วยความงุนงงถึงที่มาของความสามารถของพวกเขาทั้งสอง เอาเป็นถ้า่จะดู  ดูนางเอกคนเดียวพอ 555
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ผมไม่ค่อยได้ดูหนัง อีโรติกไทยๆเลยครับ

จะหามาดูมั่ง เดี๋ยวแฟนจะหาว่าหื่น (ตัวจริงก็หื่นน่ะแหล่ะ)พาลไม่ไว้วางใจในพฤติกรรมอีก open-mounthed smile

แต่เท่าที่อ่านๆมาในหลาย Entry มีหลายเรื่องน่าสนใจทีเดียวครับ



ส่วนใน Entry นี้ ดูแต่ Drive เรื่องเดียวครับ big smile

#7 By Navagan (112.121.132.139) on 2011-12-08 17:21

ดู drive ไปเรื่องเดียวเอง sad smile

#6 By keaaaa on 2011-12-08 08:27

Drive นี่แหล่มใช่มะคับ ตอนแรกไม่กล้าซื้อแฮะ 5555Hot!

#5 By omega on 2011-12-07 23:17

อยากดูสตางค์เลยครับbig smile
ผมชอบ drive ครับ

Hot!
Drive นี่ยังหาโอกาสไปดูไม่ได้ซะทีครับ

สับ 30 กำลังแจ๋ว ซะเละเลย แต่ก็เห็นด้วยนะ หนังเพ้อสุดๆเลย

#2 By นกไซเบอร์ on 2011-12-07 11:24

Drive เป็นหนังที่ดูแล้วอารมณ์ยังกรุ่นๆ อยู่ในใจไปอีกนานconfused smile

#1 By wesong on 2011-12-07 11:22