02/09/11 (DVD) - Paris, Texas (Wim Wenders/ West Germany, France, UK, USA/ 1984) - 3/5
    นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ดูหนังของยอดผู้กำกับชาวเยอรมันผู้นี้ ยอมรับตามตรงว่าดูจบแล้วไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก (อาจเพราะง่วงจากความเหนื่อยจากงาน) แต่พอมาย้อนคิดถึงมันในแต่ละฉากแต่ละตอนเราพบว่ามันมีหลายสิ่งที่น่าคิดต่อมากมาย ในเบื้องหน้านั้นเราชอบดนตรีประกอบและฉากบางฉากหรือการกระทำบางอย่างที่เราว่ามันน่ารักและเรียบง่ายดี (เช่นฉากเดินส่งกลับบ้านจากคนละถนน, หรือความน่ารักในหลายๆฉากของฮันเตอร์) และกับองค์ประกอบภาพธรรมชาติอันสวยงามด้วยการตัดกันของสีสองขั้วด้วยเส้นขอบฟ้า(หรือรถไฟไม่ก็เครื่องบิน) เราค่อนข้างชอบในพาร์ตที่พ่อ-ลูกเพิ่งได้พบกันและออกไปตามหาแม่ด้วยกันเพราะเราว่าเรามองเห็นความยิ่งใหญ่อันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดบางๆที่มาระเบิดเอาในช่วงท้าย แม้เราอาจจะไม่สามารถเข้าใจได้ถึงแรงขับของตัวละครทั้งหมดแต่ความเจ็บปวดเศร้าสร้อยนั้นกลับยึดติดแน่นในการรับรู้ของเรา อีกอย่างที่อยากพูดถึงคือการใช้สีโดยเฉพาะกับเสื้อผ้าของตัวละคร มันอาจเริ่มต้นด้วยความหม่นหมองอมเหลือง แล้วมาร้อนแรงอบอุ่นกับสีแดง ก่อนมาจบท้ายที่ความสุขหม่นเศร้าในสีเขียว (อันนี้อาจเป็นความรู้สึกของเราเองที่ไม่มีความรู้ในเรื่องทฤษฏีสีเลย) โปรแกรมต่อไปของวิมคือ Wings of Desire
 
02/09/11 (DVD) - รักเธอชั่วฟ้าดินสลาย (ไม่ทราบชื่อผู้กำกับ/ ไทย/ 2554) - 2/5
    บอกกับตัวเองไว้ละว่าจะหาหนังเรทอาร์ไทยมาดูขั้นต่ำอย่างน้อยเดือนละหนึ่งเรื่อง Cool สำหรับเรื่องนี้ชื่อก็บอกละว่าได้แนวทางมาจากหนังเรื่องอะไร แต่ก็ไม่ใช่การลอกทั้งดุ้นนะเพียงแค่นำเรื่องพ่อลูกรักคนๆเดียวกันมาแค่นั้น ที่มันก็เป็นเพียงเส้นเรื่องบางๆแต่มาเสริมเติมแต่งเรื่องราวให้หลากหลายขึ้นอันจะว่าไปมันก็คลายๆกับละครไทยบ้านเรานั้นแล มีนางร้ายขาวีน, เพื่อนนางเอกแสนดีแต่แอบร้ายอะไรประมาณนั้น หนังมีหลายๆฉากที่ทำให้ต้องตบเข่าฉาดใหญ่ๆเพราะความซื่อและตรงของมันซึ่งเรามองว่าน่ารักไปอีกแบบและส่วนที่ชอบและแอบคิดมากคือชื่อของตัวละคร ตัวพ่อชื่อเทพชัย (เจ้าแห่งชัยชนะ) ตัวลูกชื่อเอกสิทธิ์(สิทธิพิเศษ) และนางเอกที่ชื่อมนตรา (การกล่อมด้วยเสียงสวด) ซึ่งเข้ากับเนื้อเรื่องเหลือเกิน
 
04/09/11 (DVD) - Yes or No อยากรักก็รักเลย (สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร/ ไทย/ 2553) - 5/5
    ชอบว่ะ ชอบมากด้วย เราว่านี่เป็นหนังที่ว่าด้วยเรื่องของเพศทางเลือกที่ดีมากๆเรื่องหนึ่งของ บ้านเราเลย เอาแค่เพียงเรื่องราวความรักของเธอทั้งสองก็ทำให้ผู้ชายอยู่เราน้ำตารื่นได้อย่างง่ายดายแล้ว เราโครตชอบเลยที่หนังวางพื้นและตั้งคำถามกับสถานะทางเพศของมนุษย์ที่ aganist กับกรอบทางสังคมรวมไปถึงการตั้งคำถามถึงขอบเขตของความรักที่มันมักจะกว้างและยิ่งใหญ่กว่านิยามต่างๆที่เคยได้ยินและคุ้นชิน ยิ่งไปกว่านั้นหนังยังพยายามผลักความคิดตามแบบขนบให้ออกไปจากพื้นที่ในหนังเพราะนี่คือเรื่องราวของมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่พยายามหาที่ทางให้กับตัวเอง ที่ก็ยังไม่วายต้องโดนเสียบแทงด้วยมีดอันเย็บเฉียดแหลมคมของสังคมตามกรอบขนบอยู่ร่ำไป นักแสดงทั้งคู่แสดงได้สุดตรีนจนน่ากราบเพราะเราแ่ม่งเชื่อแบบสนิทใจ อนึ่งแฟนเราบอกว่าดูแล้วอยากมีแฟนเป็นทอมบอย Cool
 
07/09/11 (DVD) - Guan yin shan AKA. Buddha Mountain (Yu Li/ China/ 2010) - 4/5
    ไปเมืองจีนก็เลยหาหนังจีนมาดู (จะบอกทำไม?) ส่วนตัวเราชอบ Lost in Beijing มากๆแล้วก็เพิ่งมารู้เมื่อดูหนังจบว่านี่เป็นผลงานของผู้กำกับคนเดียวกัน เราชอบบรรยากาศแวดล้อมของทุกตัวละครรวบไปถึงสภาวะก่ายเกี่ยวระหว่างความนิ่งสงัดของพื้นป่าภูเขาภาพแทนความสงบแห่งศาสนาและความวุ่ยวายแห่งแสงสีรวมไปถึงภาวะจิตใจของตัวละครอันเป็นตัวแทนถึงโลกยุคทุนนิยมที่มนุษย์ต้องดิ้นไปตามกระแส รวมไปถึงการเยี่ยวยาเติมเติมกันและกัน จริงๆส่วนตัวเราไม่ค่อยชอบพวกความเชื่อที่ว่าศาสนาช่วยเยียวยาอะไรเทือกนั้น ซึ่งหนังก็ออกไปแนวนั้นนิดหน่อยแต่หลักๆแล้วมันคือภาวะการลืมเลือน, ทดแทนและก้าวต่อไปมากกว่า ชอบตัวละครและการแสดงของ Cheung Ai Ga มากๆ การหายตัวไปของเธอในช่วงท้ายมอบความรู้สึกอย่างสุดประหลาดเพราะมันเหมือน เป็นการเริ่มต้นใหม่ดั่งรถไฟที่ลอดผ่านอุโมงค์มืดแต่ความสิ้นหวังของความมืดก็กลับยังเกาะติดตัวเราออกมาด้วย
 
09/09/11 (AVI) - Sekai de ichiban utsukushii yoru AKA. The Most Beautiful Night in the World (Daisuke Tengan/ Japan/ 2008) - 2/5
     เริ่มเรื่องมาได้อย่างน่าสนใจยิ่งกับเรื่องราวสั้นๆเกี่ยวกับการย้อนกลับสู่รากเหง้าเพื่อค้นหาความสุขที่แท้ แต่ไหงพอดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆมันเริ่มออกทะเลขึ้นทุกทีๆ จริงๆอาจมองได้ว่านี่คือหนังเซอร์เรียลอีกเรื่องที่ดำเินินการส่งสารด้วยเรื่องราวเหนือจริงแต่สารที่ออกมาจากความเซอร์เรียลนั้นกลับช่างน่าขันยิ่งที่มันกลับกลายเป็นเพียงเรื่องราวอันสุดแสนธรรมดาสามัญ แถมการไปหมกหมุ่นกับเรื่องเซ็กซ์แบบเต็มสตรีมในครึ่งหลังของหนังนั้นก่อให้เกิดความผิดพลาดอย่างที่สุด หนังนำเสนอด้วยคอนเซ็ป Make Love, Not War"  แบบโต่งๆไร้รสนิยมมากๆอันเป็นผลให้ค่ำคืนที่สวยงามที่สุดในหนังนั้นคือค่ำคืนที่ทุกคนมาเอากัน ไมมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น นั้นแหละคือการ "Make Love, Not War" ของหนังเรื่องนี้ Foot in mouth
 
14/09/11 (SF Thaphra) - รักจัดหนัก...Love Not Yet (เมธัส ฉายชยานนท์, ไพรัช คุ้มวัน, ภาส พัฒนกำจร, อนุชิต  มวลพรม, ชาคร ไชยปรีชา, อินทิรา เจริญปุระ /ไทย/ 2554) - 5/5
 
 
 
 
 
 
14/09/11 (Espranade Ratchada) - Johnny English Reborn (Oliver Parker/ USA, France, UK/ 2011) - 1/5
    โอเค! แรกสุดขอยอมรับตามตรงว่าจำหนัีงภาคแรกไม่ได้แล้วจริงๆ จำไม่ได้เลยด้วยว่าเคยดูด้วยซ้ำ Foot in mouth (ถ้าแฟนไม่ทัก) ก็เลยคงต้องมาว่ากันแบบไม่เปรียบเทียบใดๆก็แล้วกัน จริงๆหนังมันคงตลกแหละเพราะคนในโรงขำกันเยอะมากรวมถึงแฟนและเพื่อนแฟนด้วย แต่ไหงเราไม่สนุกกับมันเลยหว่า? (ลองนับดูเราขำรวมทั้งสิ้นเพียงแค่ 3 ฉาก) หรือเพราะอารมณ์ค้างจากหนังเรื่องก่อนที่ดูก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง? ส่วนหนังก็เดินไปตามสูตรสายลับนั้นแหละที่ใส่ความตลกหน้าตายและความตลกในเหตุการณ์ของตัวละครเอกเข้าไป แต่คำถามที่สำคัญและค้างคากว่าคือ จิลเลี่ยน แอนเดอร์สัน มาแสดงในเรื่องนี้ทำไม???????
 
17/09/11 (AVI) - Jisatsu sâkuru AKA. Suicide Club (Shion Sono/ Japan/ 2001) - 5+++/5
    หนังช๊อกเราได้เกือบจะทุกนาที แต่การช๊อกเราด้วยภาพจะไม่มีความหมายใดๆเลยหากไร้ซึ่งสิ่งแอบแฝงให้ครุ่นคิดไตร่ตรองซึ่งเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเพราะเราพบว่าหนังมุ่งเน้นสู่การวิภาคษ์สังคมยุคในปัจจุบันโดยตรงและรุนแรงทั้งภาวะแห่งการดิ้นรนในโลกทุนนิยม, ความต้องการชื่อเสียงโด่งดัง, ความแปลกแยกต่อกันและกันไล่ไปจนถึงการตั้งคำถามถึงชีวิตที่มีอยู่ ฉากในรถไฟใต้ดินที่กล้องไล่จับหน้าผู้คนบนรถนั้นเป็นตัวอย่างที่ดีและรุนแรงมากในการตั้งคำถามถึงชีวิตที่มีอยู่ ชีวิตในโลกของการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความแปลกแยกระหว่างกันและกันทั้งในระดับสังคมหรือแม้แต่ระดับครอบครัวที่นับวันช่องว่างระหว่างนี้จะยิ่งขยายตัวจนทำให้เราไม่สามารถต่อติดกับใครได้เลย ไม่แม้แต่กับตัวของเราเองด้วยซ้ำ จนอาจกลายเป็นแรงกดบีบที่เป็นเหตุของการกำเนิดวงจรการฆ่าตัวตาย แล้วเมื่อวงจรนี้วนเวียนต่อไปซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันจึงเกิดอีกหนึ่งวงจรมาเคียงข้างกันที่การฆ่าตัวตายอาจไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลใดๆอีกต่อไปแล้วก็ได้ มันอาจกลายมาเป็นแทรนด์ใหม่ที่มีผู้เต็มใจเข้าร่วมมากมาย บ้างก็อ้างตัวเป็นเจ้าลัทธิเพื่อชื่อเสียง น่าตลกที่เราพบว่าตัวเราเองนั้นเห็นดีเห็นงามด้วยกับวงจรนี้ เราพบว่าความตายมันงดงาม เราชอบที่หนังนำเสนอความตายด้วยความรู้สึกอย่างธรรมดาสามัญที่มิต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย (แต่ก็ช๊อกคนดูพอควร) เพราะผู้ที่หลุดพ้นแล้วจะไม่พะว้าพะวงกับสิ่งอื่นอีก มีอีกหนึ่งฉากที่ชอบและอยากพูดถึงคือฉากการข่มขืนแล้วฆ่าในผ้าห่มกับบทเพลงแห่งความตายของเจเนซิส มันอาจคือภาวะของการเกิดใหม่ที่แข็งแกร่งขึ้นด้วยความไม่เต็มใจ กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เชื่อมโยงได้กับทุกสิ่งจนร่างกายกลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ก่อนการมาถึงของความรุนแรงสุดท้ายของหนังที่มาเฉลยว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังอันแท้จริง? หนังได้บอกกับเราว่าผู้ที่ได้ชื่อว่าผู้บริสุทธิ์เท่านั้นที่จะได้พบหรือนำพาไปสู่การหลุดพ้นที่แท้จริง แต่ผู้ที่ได้ชื่อว่าบริสุทธิ์เหล่านี้อาจกำเนิดมาจากความไม่เต็มใจนั้นก็เป็นได้...
 
21/09/11 (DVD) - The Seduction Game: รัก ลวง ชู้ (ไม่ทราบผู้กำกับ/ ไทย/ ไม่ทราบปีออกจำหน่าย) - 4.5/5
    ในที่สุดเราก็เจอเพชรเลอค่าในมวลหมู่หนังอาร์ไทยในยุคปัจจุบัน จะว่าไปหนังเรื่องนี้จัดได้ว่าโดดเด่นมากกว่าหนังแนวนี้เรื่องอื่นๆที่เรามีโอกาสได้ดูด้วยการเอาใจใส่ทั้งเรื่องคุณภาพของงานสร้างและการเอาใจใส่ของทั้งองค์ประกอบภาพ, การจัดแสง, การแสดงรวมไปถึงบทภาพยนต์ด้วยลูกล่อลูกชนที่น่าชมเชย จริงๆเราสามารถนับได้ว่านี่เป็นหนังแนวอีโรติก-ทริลเลอร์ที่ดูสนุกเรื่อง หนึ่งเลยที่เดียวมันว่าด้วยเรื่องราวของนักเขียนแนวอาชญากรรมกับเมียสาวแสนเซ็กซี่ที่พลัดพลู เข้าไปข้องเกี่ยวกับราคะและความโลภ เราชอบที่หนังไม่ได้มอบเหตุผลในการกระทำต่างๆของตัวละครแบบแบนราบเพราะในทุกๆการกระทำนั้นมักแฝงไปด้วยเหตุของความละโมบและราคะตัญหาอยู่เสมอ แม้ช่วงท้ายของหนังจะมีหลุดไปบ้างในการรีบๆจบเรื่อง(แต่เราชอบตอนจบนะ) และแม้ว่าหนังจะกลับมายกย่องความดีอย่างน่าตลกในช่วงท้าย แต่โดยรวมแล้วเรากลับสนุกและเซอร์ไพร์สกับมันมากๆๆๆ (ชอบมากๆกับฉาก "บัดสีบัดเถลิง" สุดตรีนมากๆๆๆๆ)
 
22/09/11 (Youtube) - O.B.L: The Documentary (ภาณุ อารี, ก้อง ฤทธิ์ดี, กวีนิพนธ์ เกตุประสิทธิ์/ไทย/2554) - 4/5
     หนังสั้นอันว่าด้วยผลกระทบจากเหตุการณ์เครื่องบินชนตึกเวิร์ลเทรดเมื่อสิบปีที่แล้วในกลุ่มชาวมุสลิมที่โดนโลกและสังคมตราหน้าแบบเหมารวมเพียงเพราะการกล่าวอ้างแบบไร้เหตุผลของอเมริกา ชื่อของหนังคือชื่อย่อของผู้นำคนนั้นที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ความสำเร็จของหนังอย่างน้อยๆคือการทำให้เรามองเห็นและเข้าใจในชาวมุสลิมมากขึ้นอันเป็นกลุ่มศาสนาที่เรามีความรู้และความรู้สึกร่วมน้อยมากๆ ชอบที่หนังไม่ได้กล่าวโจมตีแล้วสร้างความชอบธรรมขึ้นมาแต่กลับใช้การตั้งคำถามมากมายแล้วมอบให้กับผู้ชมแทน ประโยคหนึ่งที่รู้สึกว่าโดนกับมันมากๆคือการบอกประมาณว่าไม่แง่ใดก็แง่หนึ่ง เราคงต้องขอบคุณบินลาเดนเพราะอย่างน้อยเขาก็ทำให้โลกได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของชาวมุสลิม ซึ่งอาจหมายรวมไปถึงการสร้างความชอบธรรมในการการทำลายผู้อื่นอันยังสามารถนำมาเทียบเคียงได้กับหลายๆเรื่องที่ยังคงเกิดขึ้นในสังคมโลกปัจจุบัน (ชมหนังได้ ที่นี่)
 
23/09/11 (DVD) - Rango (Gore Verbinski/ US/ 2011) - 3/5
    ชอบคาแร็กเตอร์แรนโก้ของเดปป์มากๆ มันกวนตีนมากและตลกมากๆ แถมประเด็นการเมืองในหนังยังมอบความสนุกในการขบคิดได้อย่างเพลิดเพลินอาทิเช่นการสร้างภาพความเป็นเมืองที่มักมาพร้อมกับความดีและความหวังที่ในท้ายสุดมันมักจะเลือนลางจางหายดังเช่นตัวแรนโก้ชาวเมืองที่เป็นกิ่งก่าผู้สามารถเปลี่ยนสีได้! หรือในเรื่องการผูกขาดอำนาจและความไม่เท่าเทียมกันทางชนชั้นของเหล่าผู้ปกครองซึ่งในการนี้การใช้เต่ามาเป็นสัญลักษณ์ในเรื่องนี้นั้นรุนแรงมากทีเดียว เพียงแต่น่าเสียดายที่หนังในช่วงท้ายกลับกลายเป็นอ่อนด้อยไปในทันทีเมื่อแรนโก้พบความจริงและกลับมาเยี่ยงวีรบุรุษเพราะเอาเข้าจริงหนังก็กลับเข้าสู่ตรรกะแนวคิดแบบเดิมๆคืออย่างไรชนบทก็ต้องพึ่งเมืองต่อไปโดยไร้ทางออก
 
26/09/11 (AVI) - Suzhou River (Lou Ye/ China, Germany/ 2000) - 4.5/5
   เราชอบวีธีการเล่าเรื่องของหนังมากๆ มันเริ่มด้วยการเล่าจากบุคคลที่หนึ่งที่พูดถึงบุคคลที่สองแล้วก็ไปเล่าถึงบุคคลที่สามต่อไปก่อนจะหมุนวนจนครบลูปให้เรื่องราวของทั้งสามบุคคลมาบรรจบ กันแล้วปิดท้ายจบด้วยโศฏนาฐกรรม ชอบการแสดงของตัวเอกทั้งสองและตอนจบที่หักความรู้สึกของคนดูได้อย่างรุนแรง รวมไปถึงบรรยากาศที่โอบล้อมทุกสิ่งในภาพให้หงอยเหงาเศร้าสร้อย น่าเสียดายที่ความรู้ถึงเซี้ยงไฮ้ในยุคนั้นของเรามีเพียงน้อยนิด มิเช่นนั้นแล้วเราเชื่อแน่ว่าอาจจะสามารถต่อยอดอะไรออกไปได้อีกมากมาย (โปรแกรมต่อไปของผู้กำกับท่านนี้น่าจะคือ Spring Fever)
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบคอมเม้น---ที่ไม่ต้องแคร์ สื่อ---แรงๆ ตรงๆ --- ผมถ่ายหนังอาร์ อยุ่จะได้สู้ ต่อไป.......

#9 By toy mituna (110.49.232.179) on 2012-03-14 22:01

ดู รัก ลวง ชู้แล้ว เออว่ะ ได้อารมณ์โคตร

#8 By Indy (124.120.122.85) on 2012-02-11 19:57

ชอบครับ

#7 By searee (118.172.82.36) on 2012-01-24 06:13

Rango ชอบ กวนโอ๊ยดีค่ะconfused smile
แหล่ๆ เรื่อง 5+++++เอาไว้ละคับ ฮ่าๆ

ป.ล จอนนี่ อิงลิชนี่ ผมดูในตัวอย่างก็น่าตลกดีนะ ไหงเป็นงี้ เหอๆsad smile

#5 By omega on 2011-10-04 08:29

เราชอบหนังโหลวเย่ ซูโจว ริเวอร์นี่ก็ชอบ สปริง ฟีเวอร์ก็เจ็บปวด จงรีบดูโดยด่วน big smile

Buddha Mountain ดูไปครึ่งเรื่องบนเครื่องบิน ตอนนี้มีแล้ว แต่ยังไม่ได้ดูต่อ

#4 By eak early : เอกเช้า on 2011-10-03 17:24

อยากดู Buddha Mountain อ่ะครับ
ชอบ Yes or No เหมือนกัน มันเป็นหนังไทย
ที่พูดเรื่องรักแบบนี้ได้น่ารักมากๆ confused smile

#3 By Rachel Komolsut on 2011-10-03 16:45

มาหาหนังดูครับ หุหุ

เดี๋ยวไปซื้อ Yes or No ครับ
ส่วน Paris, Texas ก็ดูเพลินๆ ดีครับ หนังเท่ประมาณหนึ่งเลย big smile
สนใจ Yes or No กับ Rango ครับ

ว่าแต่ The Seduction Game: รัก ลวง ชู้ มันเจ๋งจริงเหรอครับ ไว้ต้องลองหันมาดูหนังอีโรติกบ้านเราบ้างละ

#1 By นกไซเบอร์ on 2011-10-03 15:29