02/07/11 (Thai PBS) - Born on the 4th of July (Oliver Stone/ US/ 1989) - 3/5
    ไม่รู้ว่าทางไทยพีบีเอสเอาเรื่องนี้มาฉายก่อนการเลือกตั้งเพียง 1 วันนั้นมีนัยยะอื่นๆนอกจากใกล้วันชาติอเมริกาหรือเปล่า? เพราะมันช่างเหมาะเสียเหลือเกินในการเทียบเคียงหนังเรื่องนี้กับการเมืองบ้านเรา ณ ปัจจุบันกาลนี้ทั้งการต่อต้านสงครามเอย (ที่บ้านเราอาจไม่ได้เป็นรูปธรรมมากเหมือนอย่างในหนัง) การสลายการประท้วงเอยหรือแม้แต่การปกปิดขายฝันเอย โอ้ยยยแซ่บบบ!!! เอาละมาว่ากันที่เรื่องหนัง มันอาจจะพีคมากๆในยุคที่หนังออกฉายเพราะมันว่าด้วยเรื่องของสงครามเวียดนาม ที่รัฐส่งคนไปตายด้วยพรอมพากันด้าฉาบหน้าจอมปลอม แต่น่าเสียดายที่หนังเมื่อฉายทางโทรทัศน์น่าจะถูกตัดไปเยอะมากเพราะเห็นได้ถึงความกระโดดไม่ต่อเนื่องของมัน รวมไปถึงตอนจบที่งงฉิบหายเลย หวังว่าคงมีโอกาสได้ดูแบบฉบับเต็มและคะแนนอาจมากขึ้นกว่าเดิม
 
02/07/11 (DVD) - Gantz part I (Shinsuke Sato/ JP/ 2011) - 1/5
    ยอมรับเลยว่าผิดหวังกับฉบับหนังมาก แม้ไม่เคยอ่านฉบับการ์ตูนเพียงแต่เคยดูฉบับซีรี่ย์ที่เป็นอนิเมะด้วยเรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดเหมือนกับหนังภาคแรกนี้เลย (และเ้ราชอบมากๆๆ อ่านได้ ที่นี่) ฉบับหนังตัดทอนหลายๆสิ่งออกไปเยอะมากและเราคิดว่ามันเป็นส่วนที่สำคัญมากๆเสียด้วยทั้งเรื่องราวในโลกจริงของตัวละครและุอุปนิสัยของตัวเอกโดยเฉพาะในเรื่องของความบ้ากามที่ทำให้เรารักตัวละครตัวนี้มากกว่าการให้มันเป็นมนุษย์เนิร์ดๆแล้วกลายมาเป็นฮีโร่อย่างในฉบับหนังนี้ ประเด็นต่างๆดีๆที่เคยเห็นในฉบับอนิเมะนั้นก็เบาบางมากๆ (รวมทั้งการต่อกรกับพระพุทธรูปก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกรุนแรงใดๆเลย) ดูแล้วรู้สึกหงุดหงิดแกมเสียดายของ แต่ก็หวังว่าภาคต่อไปที่เรายังไม่รู้เรื่องราวใดๆนั้นจะทำให้เราชอบได้บ้าง
 
08/07/11 (DVD) - Belle De Jour (Luis Buñuel/ France, Italy/ 1967) - 3/5
     หนังอีโรติกที่ไม่ต้องมีฉากอย่างว่าหรือแก้ผ้าโชว์อล่างฉ่างใดๆ แต่มันอีโรติกด้วยการตามสัมผัสจินตนาการสุดหฤหรรษ์ของตัวละครเอกแทน เธอคือศรีภรรษาที่มีสามีเป็นหมอ รวยและแสนดีเพียงแต่ด้วยชีวิตที่ขาดสีสัน(อาจเพราะสามีดีเกินไปและบ้างาน)เธอก็เลยไปขายตัวเป็นกระหรี่ชั้นสูง สิ่งที่น่าสนใจคือทุกจินตนาการเรื่องเพศของเธอนั้นเธอมักกลายเป็นผู้ถูกกระทำโดยจงใจและยินดี เธอคือเสือสาวร้อนแรงแต่กลับติดอยู่ในกรงขังของจิตใจ(และอาจหมายรวมถึงสังคม ด้วย) เธอคือหญิงสาวต่างชนชั้นที่เป็นผู้เปิดเปลือยความโสมมของห้องเบื้องหลังม่านบางๆของชนชั้นสูงอันดูได้จากลูกค้าของเธอแต่ละคน แน่นอนรอยยิ้มแบบมีเลสนัยของเธอในช่วงท้ายติดตรึงใจมากเพราะมันได้ทำให้การตีความเตลิดเปิดเปิง อันสะท้อนต่อไปถึงหนังทั้งเรื่องเพราะความลับหนึ่งเดียว ของหนังนั้นคือ "จินตนาการ"... อนึ่งชอบทรงผมของเดอเนิฟในเรื่องนี้มากๆและคงต้องหาหนังของ บุลเนลมาดูเพิ่มเติมในแนวทาง
 
08/07/11 (DVD) - Three AKA. Survival Island (Stewart Raffill/ US, UK, Luxembourg/ 2005) - 1/5
    สำหรับสาวๆหากยังคิดถึง บิลลี่ เซน อยู่ก็ควรหาหนังเรื่องนี้มาดูแล้วปลงซะเพราะพี่แกเปลี่ยนไปเยอะมากๆ (แบบหน้ามือเป็นหนังตีนกันเลยทีเดียว) แต่สำหรับหนุ่มๆและเหตุผลที่เราอยากดูหนังเรื่องนี้มีเพียงแต่เหตุผลเดียว นั่นคือ (หน่มน้ม) แคลลี่ บรู๊ค จากปิรันย่า 3D นั้นแล ผู้หญิงอะไรกันเฟอร์เฟคที่สุด 555 โอเคๆเข้าเรื่องๆ หนังว่าด้วยการติดเกาะและรักสามเส้าอันมีหญิงสาวหุ่นสะบึมเป็นตัวแปร ชายคนหนึ่งเป็นนักธุรกิจที่พอติดเกาะแล้วเสือกเก่งได้ทุกเรื่อง ส่วนอีกหนึ่งเป็นขี้ข้าแม็กซิกันที่มากับซิกแพ็คและปากดี แน่นอนเมื่อดีมานด์มีมากกว่าซับพลายการเฉือดเฉือนจึงเกิดขึ้นด้วยคอนเซ๊ป "ตายไม่ว่าขอข้าได้เอา" ซึ่งเชื่อว่าก็พอเดาๆทางกันได้ แต่แม้หนังจะธรรมดาอย่างไร ตอนจบแบบคิดได้ไง! แค่มี แคลลี่ บรู๊ค ทุกอย่างถือว่าจบจ๊ะ จุ๊บๆ Wink
 
10/07/11 (DVD) - Suck Seed ห่วยขั้นเทพ (ชยนพ บุญประกอบ/ ไทย/ 2554) - 5/5
    ปัญหาของหนังจากค่าย GTH ช่วงหลังๆที่มักพบเจอคือการที่ต้องมาทำอะไรให้มันฟีลกู๊ดอยู่เสมอ(หรือพยายามให้มันฟีลกู๊ดที่สุด)ก่อนหนังจบ แม้ว่าจริงๆแล้วจบอีกทางหนังคงไปได้สุดทางกว่า ซึ่งก็ไม่ว่ากันเพราะคงเป็นแนวทางหลักของค่ายนี้ที่ทำให้ผู้คนหลงรัก แต่ส่วนที่ดีเสมอมาของหนังค่ายนี้คือการเอาใจใส่ในบทภาพยนต์และนักแสดง(ไม่ว่าหน้าเก่าใหม่)ที่เป็นธรรมชาติจนทำให้ผู้คนหลงรักได้แบบหมดใจ หนังเรื่องนี้ก็ยังคงเดินทางตามนั้นแต่เป็นการเดินทางตามแนวที่ลงตัวมากและเป๊ะมาก หนังสามารถจับโมเม้นต์ของวัยุร่นจนถึงช่วงปลายของวัยนี้ได้อย่างสนิทมือด้วยเรื่องราวของการตามฝัน, ความรักและมิตรภาพอันคงเป็นสิ่งแรกๆที่เราจะคิดถึงหากมองย้อนกลับไปในช่วงวัยดังกล่าว หนังยังคงฝุ้งเฟ้อชวนฝันตามสไตร์ GTH แต่ยอมรับว่าหนังทำได้ถึงและไปได้สุดแม้ส่วนตัวคิดว่าหนังควรจบตั้งแต่จบงานเลี้ยงรุ่นแล้วไม่จำเป็นต้องมาฟีลกู๊ดในช่วงสุดท้ายก็ตาม อนึ่งร้อยยิ้มของน้องนางเอกทำเอาตายได้โดยเฉพาะรอยยิ้มที่มากับประโยค "คิดเองบ้างดิ!" จิตใจกระจัดกระเจิงกันไปเลย!!!
 
10/07/11 (AVI) - Emmanuelle (Just Jaeckin/ France / 1974) - 3.5/5
   สิ่งทีน่าสนใจที่สุดในหนังอีโรติกสุดดัง(คลาสิคหรือเปล่าไม่แน่ใจ)เรื่องนี้ คือการพูดถึงเรื่องเพศในศีลธรรมของประเทศไทยยุค '70 มิใช่ฉากเอ็กซ์ๆเซ็กซ์ๆเพราะมันไม่ได้เร้าอารมณ์ใดๆเราได้เลย หนังว่าด้วยสาวเจ้านางแบบนู๊ดเพิ่งแต่งงานในวัย 23 ปีกับการพยายามเติมโตเป็นผู้ใหญ่โดยใช้เรื่องเพศเป็นตัวนำพา หนังว่าด้วยขอบเขตของความรักและการมองเรื่องเพศที่สุดกู่มาก ทุกตัวละครดูสนุกสนานหมกมุ่นกับเรื่องเพศมากที่ซึ่งสามารถนำเอาไปแนบชิดได้กับทุกเรื่อง (แน่นอนว่าไม่เว้นแม้แต่เรื่องการเมือง) ส่วนบทจะพบคนที่ไม่หมกมุ่นก็กลับกลายเป็นเพศที่สามไป (ตอนหนึ่งในบทสนใจที่กวนบาทาดี) แถมช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายหนังเกือบจะไปไกลถึงปรัชญาเรื่องเพศกันเลยที่เดียว และหากว่าด้วยเรื่องของประเทศไทยนั้นยอมรับว่าดูแล้วประหลาดใจที่หนังสามารถถ่ายและนำเสนอมาได้ ทั้งการโชว์โป๊เด็ก, เสพฝิ่นหรือแตะเบื้องสูง (ท่านฑูตต้องจีบเจ้าหญิงเพื่อเช่าบ้านแสนสวยนะเออ) อาจเพราะสมัยนั้นยังไม่มีการห้ามปรามเหมือนสมัยนี้หรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ดูๆไปแล้วน่าคิดว่าเมืองไทยในยุค '70 นั้นคงเสรีน่าดูอย่างน่าอิจฉา
 
20/07/11 (The Square Cinema) - Transformers 3: Dark of the Moon (Michael Bay, US, 2011) - 3/5
   อืมม เอาเข้าจริงเราพบว่าภาคนี้มันมีอะไรที่ "เข้าท่า" มากกว่าที่คิดไว้มากทีเดียว แน่ล่ะด้วยภาระและความจำเป็นที่จะต้องสนองตอบคนดูบางกลุ่มด้วยแอ็คชั่นบู้ล้างผลาญระเบิดเมืองเผากระท่อมจนทำให้ช่วงท้ายดูเป็นการสำเร็จความใคร่(ผ่านภาพยนต์)อีกครั้งของพี่ไมเคิล เบย์ แต่ถือว่าโชคดีมากที่ช่วงก่อนหน้านั้นสามารถทำให้เราได้คิดติดตรึงกับพล๊อตอันเป็นเรื่องราวหลักของหนังภาคนี้ได้เพราะทำไปทำมาเราพบว่านี่มันคือหนัง "การเมืองเรื่องหุ่นยนต์" นี่หว่า! เอาตั้งแต่การผูกเรื่องเข้ากับยุคบุกเบิกอวกาศเมื่อต้นปี 60 ที่เป็นการแข่งขันระหว่างอเมริกากับรัซเซียไล่ไปถึงเรื่องโครงสร้างอำนาจและการปกปิด จากนั้นเมื่อมีการมาถึงของเหล่าหุ่นยนต์ออโต้บ๊อตการควบคุมก็เกิดขึ้น การกลายเป็นกำลังหลักในการสร้างชาติที่โดนเขี่ยทิ้งได้ทุกเมื่ออันสามารถสะท้อนประเด็นชนชั้นได้อย่างน่าคิด จนการมาถึงของ เซนทิเนล ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งอย่าง ด้านหนึ่งมันอาจคือการล่าอาณานิคมขับไล่ไสส่งกดทับเจ้าของที่ให้อยู่ใต้อาณัติจนเกิดการคุมอำนาจแบบเจ้าผู้ปกครอง-ทาส (คณาธิปไตย) อีกด้านหนึ่งอาจคือการระเบิดแรงขับภายในภายใต้ความกดดันของชนชั้นใต้ปกครอง(ปฏิวัติ) รวมไปถึงการแย่งชิงอำนาจการปกครอง (รัฐประหาร) แต่น่าเสียดายที่ทางออกที่หนังมอบให้นั้นช่างซ้ำซากเสียเต็มประดา (ซึ่งก็พอเข้าใจได้แหละหากดูจากฐานคนดูและความเป็นประเทศที่ยังคิดว่ามหาอำนาจอยู่) เพราะแน่นอนมันก็ยังคือชัยชนะของอเมริกาและการต้องอยู่ภายใต้อาณัติต่อไปของเหล่าออโต้บ๊อต...อีกอย่างที่อยากพูดถึงคือการเลือกนางเอกของเบย์ ดูเหมือนแกชอบสาวหุ่นดีๆแต่หน้าตาแปลกๆที่ต้องใช้เวลาซักนิดถึงจะเห็นว่าสวย (ฮา) และตอนที่ตลกมากๆคือตอนส่งออโต้บ๊อตออกนอกโลกทั้งๆที่ต้นเรื่องพวกพี่แกเดินทางไปดวงจันทร์ได้สบายๆแต่กลับต้องมานั่งกระสวยบ้าบอเพื่อสร้างจุดซาบซึ้งอันน่าขันไปซะแทน แต่โดยรวมถือว่าเราพอใจกับหนังเรื่องนี้นะ
 
21/07/11 (AVI) - Benny's Video (Michael Haneke/ Austria, Switzerland/ 1992) - 5++/5
   ดูจบแล้วปวดไปทั้งตัว ท่านพ่อฮาเนเก้ประเคนจัดหนักแบบมานิ่งๆ(อีกครั้ง)ที่เล่นเอาล้มทั้งยืนกันเลยทีเดียวเพราะเพียงแค่เปิดเรื่องก็ทำให้เราแน่นิ่งได้แล้ว ยิ่งได้ตามดูพฤติกรรมของครอบครัวหลักในเรื่องยิ่งไปกันใหญ่เพราะท่านพ่อเล่นตีแสกหน้าไม่มีทางให้หนีกันได้เลย มันเป็นการตีประจานชนชั้นกลาง(อันมักเป็นกลุ่มที่ท่านพ่อโปรดปรานที่สุด) ชนชั้นที่ไม่ยอมให้สิ่งใดก็ตามมาทำลายความสุขความคุ้นเคยที่เป็นอยู่แม้ว่าเรื่องเลวร้ายนั้นจะร้ายแรงเพียงใดและผลผลิตที่ได้ก็คือตัวเบนนี่ผู้ที่มีกล้องวีดีโอเป็นอาวุธคู่กาย จริงอยู่อาวุธนี้คือสิ่งที่ตีแผ่ความจริงแต่บางทีความจริงก็ใช้ไม่ได้กับชนชั้นนี้แถมเรายังไม่สามารถคาดเดาใดๆได้เลยกับการกระทำของพวกเขาเพราะสิ่งดีๆมักออกมาอยู่เบื้องหน้าให้ได้รับรู้ แต่สิ่งร้ายๆมักถูกหลบซ่อนอยู่ในมุมมืด...
 
21/07/11 (AVI) - Trolljegeren AKA. The Troll Hunter (André Øvredal/ Norway/ 2010) - 2.5/5
     จริงๆหนังมีแนวคิดที่เข้าท่ามาก แต่การนำเสนอมันไม่สดใหม่ซะแล้วในยุคสมัยนี้โดยการนำเสนอแบบ Mokumentary ที่ว่าด้วยการตามติดนักล่าโทรล ส่วนที่เก๋และเราชอบมากคือการผูกเอาเรื่องภัยธรรมชาติต่างๆมาเข้ากับการทำลายล้างของโทรลได้แบบเป็นตุเป็นตะ รวมไปถึงการไม่ลืมการวิภากษ์รัฐในเรื่องการปิดบังความจริงสร้าง Propaganda มาฉาบหน้ารวมไปถึงประเด็นศาสนาบางๆซึ่งจริงๆหากมองลึกลงไปอีกก็อาจให้ค่าโทรลได้หลากหลายแบบแต่เพราะเรารู้สึกว่ามันเฝือมากแล้วกับหนังแบบนี้ นี่จึงเป็นการดูเอาสนุกและหาความสร้างสรรค์ซึ่งจบแล้วก็จบกันไปไม่ได้รู้สึก แปลกใหม่หรือติดใจใดๆ (ได้ข่าวว่าฮอลลีวูดกำลังจะเอาไปรีเมคเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ)
 
26/07/11 (AVI) - Love Exposure (Shion Sono/ Japan/ 2008) - 4/5
    เป็น การดูหนังด้วยเวลาเหยียด 4 ชั่วโมงอันรื่นรมณ์มากทีเดียว หนังเต็มไปด้วยความสุดโต่งอันหฤหรรษ์อย่างที่สุดด้วยส่วนประกอบที่ไม่ค่อยเข้ากันที่สุดทั้งคริสต์ศาสนา, ลัทธิประหลาด, การแอบถ่ายใต้กระโปรง, ครอบครัว, ความรักรวมไปถึงความป่วยไข้ของสังคมที่ถูกนำมาร้อยเรียงเก็บตะเข็บได้อย่างพิถีพิถันลื่นไหลและบันเทิงเริงรมณ์มาก เหนือสิ่งอื่นใดเราชอบที่หนังไปได้สุดทางโดยไม่ต้องมาพะวงกับความอ่อนบางของประเด็นแรงๆ เช่นการเปรียบศาสนากับลัทธิประหลาด, ความเป็นมนุษย์ปุถุชนที่มีรัก, โลภ, โกรธหลงเป็นเรื่องปกติ, ความต่ำทรามของมนุษย์และสังคมอันวิปริตที่ส่งผลไปสู่ตัวละคร แน่นอนนี่คือการเปิดโลกการดูหนังของโซโนะเป็นครั้งแรกที่ประทับใจมาก แผนต่อไปจึงอาจคือ Noriko's Dinner Table ในเร็วๆนี้ Cool
 
27/07/11 (Esplanade Ratchada) - Captain America: The First Avenger 3D (Joe Johnston/ US/ 2011) - 1.5/5
 
 
 
 
 
 
 
29/07/11 (AVI) - Oneechanbara: The Movie - Vortex (Tsuyoshi Shôji/ Japan/ 2009) - 1/5
    ไม่เคยเล่นเกมแต่ตามดูอีกภาคเพราะประทับใจในหนังภาคแรก (เรื่องราวคือ "สาวรุ่นญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักสวมบีกีนี่สีแดงใส่หมวกคาวบอยถือดาบซามูไรไล่ฆ่าซอมบี้" - ไม่ให้ชอบอย่างไรไหว ชิมิ?) แต่น่าเสียดายที่ภาคนี้ด้อยกว่าภาคแรกในทุกๆทางทั้งเนื้อเรื่องที่ซ้ำรอยเดิมอันก่อให้เกิดความน่าเบื่อตามมา แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนตัวนางเอกที่ภาคแรกนั้นสวยหยาดและเซ็กซี่มากแต่ภาคนี้ไม่ได้ถึงครึ่งนึงของภาคแรกเลยด้วยซ้ำอันทำเอาเฟลมากๆ ยิ่งบริวารแวดล้อมต่างๆของทั้งตัวเรื่องและตัวนางทั้งหลายนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เหอออออออ
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ช่วงนี้ไม่มีอารมณ์อยากดูหนังเลยค่ะ เหนื่อยๆ เนือยๆ แล้วก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะจนเกินไป ทั้งๆ ที่อยากดู Transformers 3
กลับมาอ่าน Transformers 3 อีกรอบแล้วนึกไปถึงเนื้อเรื่อง เป็นจริงอย่างที่คุณ seamsee ว่าไว้เลยครับ confused smile


มองได้ลึกซึ้งมากๆ big smile

#7 By Navagan (61.90.14.93) on 2011-08-14 14:58

อยากดู LOve Exposure

Benny's Video นี่ก็ดองไว้นานละยังไม่ได้ฤกษ์ดูซะที

#6 By eak early : เอกเช้า on 2011-08-11 21:39

TF 3 ภาคนี้ผมว่าดีกว่าภาคสองครับ

เขียนรีวิวไว้เชิญไปอ่าน big smile
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=navagan&month=07-2011&date=14&group=2&gblog=96




GantZ แย่กว่าที่คิดครับ ส่วนตัวเคยอ่านการ์ตูนมาก่อน confused smile

#5 By Navagan (110.49.227.2) on 2011-08-06 00:54



ดูเยอะ อีกแล้ว confused smile

#4 By ทิว แอด ไฟน์ on 2011-08-03 19:07

ได้ดู กันซึ กับ ซักซี้ด นอกนั้นว่างเปล่าเลย 555

#3 By NiDA MAilO on 2011-08-02 14:08

ให้ซักซี้ด 5/5 เหมือนกันครับ น้องนางเอกยิ้มทีไม่ต้องพูดถึง เวลาจับกีต้าที่สุดยอดจริงๆbig smile

Oneechanbara เรื่องเปลี่ยนนางเอกขำเหมือนกันครับ ทำยังกับเรื่องนานะ ภาคแรกนางเอกเหมือนเกมเปี๊ยบเลย
โห... ได้ดูเยอะจริงๆ แถมแต่ละเรื่องนี่ไม่รู้ไปหามาจากไหน (แน่นอนว่าบางเรื่องก็เกือบๆจะ "ไม่รู้จะดูทำไม?") แต่แอบอยากดู Three AKA. Survival Island ด้วยเหตุผลที่ก็รู้ๆกันอยู่นะ 55

ป.ล. เห็นคะแนน Transformer 3 แล้วแทบจะต้องขยี้ตา

#1 By แฟนผมฯ (223.206.118.91) on 2011-08-01 21:29