01/02/11 (AVI) - The Kids Are All Right (Lisa Cholodenko/ US/ 2010) - 5++/5
    จากนี้ไปหากมีใครให้เราแนะนำหนังสำหรับครอบครัวดีๆซักเรื่องหนึ่ง หนังเรื่องนี้ต้องหลุดออกมาจากปากเราอย่างแน่นอน ชอบมากๆที่หนังมีทัศคติที่เปิดกว้างและไม่ตัดสินผิดชอบชั่วดีใดๆที่รูปลักษณ์ภายนอกแต่มาแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ภายในของมนุษย์ปุถุชนอันเป็นสัตว์สังคมทั่วๆไปแทนเพราะไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนก็ต้องเคยผ่านเรื่องรักโลภโกรธหลงมาอยู่แล้วอันเป็นเรื่องธรรมดาที่ก่อให้เราเป็นเราอยู่ในปัจจุบันขณะ โดยการเสนอผ่านตัวละครทุกตัวที่ีมีมิติรวมไปถึงเหตุและผลในการกระทำของตน (ขอกราบงามๆกับบทหนังในที่นี้) เหนือสิ่งอื่นใดหนังจะไปได้ไม่สุดเลยหากว่าไม่สามารถนำพาคนดูำไปจนสุดทางได้ เพราะสุดท้ายคนดูก็จะได้รู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นครอบครัวก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอสำหรับมนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆ...ดูจบ แล้วอยากกรี๊ดดังๆกับชื่อหนังเพราะมันช่างกระแนะกระแหน่กับตัวหนังได้เจ็บดี Cool
 
03/02/11 (AVI) - The Fighter (David O. Russell/ US/ 2010) - 3/5
    เดินทางสูตรหนังรางวัลแป๊ะแบบไม่ออกนอกลู่นอกทางที่เคยเห็นมาแล้วไม่รู้ตั้งกี่เรื่องต่อที่เรื่องอันว่าด้วยความพยายามสู่ความสำเร็จในใจกลางแห่งความขัดแย้ง หนังใช้ภาพเกรนแตกที่ให้อารมณ์ดิบอันส่งความเป็นดราม่าให้หนักยิ่งขึ้น รวมไปถึงเพลงประกอบและเทคนิคในการถ่ายทำก็ช่วยให้การสานอารมณ์ดูนุ่มนวลและลื่นไหล แ่ต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหนังจะจืดสนิทไปทันทีหากไม่ได้ทีมนักแสดงผู้เยี่ยมยุทธทั้งหลาย (จะให้ยกเว้นก็คงเป็นตัว มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ผู้น่าสงสาร ที่โดนคนอื่นๆกลบหายไปในเกือบทุกฉาก) การแสดงของทั้งลีโอ, เบลล์และอดัมนั้นเรียกได้ว่ายอดเยี่ยม ส่วนตัวชอบแววตาของอดัมในเรื่องนี้มากๆ
 
03/02/11 (AVI) - The King's Speech (Tom Hooper/ US, UK, Australia/ 2010) - 2.5/5
    อีกหนึ่งหนังสูตรและเหมือนถูกสร้างมาเพื่อล่ารางวัลจริงๆกับหนังตัวเก็ง เรื่องนี้ เช่นกันเราไม่รู้สึกกับมันเท่าไหร่นักอาจเพราะรู้สึกว่ามันเป็นการ"ทำซ้ำ"  ขึ้นมาอีกครั้งอันว่าด้วยการปลดแอกออกจากกรอบอันแน่นหนาสู่ความภาคภูมิด้วยการสื่อผ่านการพูดติดอ่างของพระราชาในช่วงก่อนการประทุของสงครามโลกครั้งที่สอง อันทำให้หนังมันดูยิ่งใหญ่ขึ้นมาทันทีในช่วงท้ายๆของมันแต่เราไม่ชอบเอาเสียเลย อย่างไรก็ตามหนังก็ดูได้สนุกและเพลิดเพลินดี โคลิน เฟิร์ธ แสดงให้เห็นว่าการเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมนั้นเป็นเช่นไร แต่กับ เจฟฟรีย์ รัช นั้นอยากบอกว่าเราเบื่อกับการแสดงแบบเดิมๆของพี่แกจัง!...อนึ่งหากลองคิดเอาหนังเรื่องนี้มามองในแง่การปกปิดบิดเบื่อนและผู้อยู่เบื้องหลังแล้วละก็คงสนุกแบบสุ่มเสี่ยงน่าดู!!!
 
10/02/11 (AVI) - True Grit (Coen Brothers/ US/ 2010) - 5/5
     ออกตัวก่อนว่าส่วนตัวดูหนังของพี่น้องโคเอนน้อยมากและก็ไม่ได้ถึงกับชอบพอกันซะเท่าไหร่ แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้รู้สึกเพลิดเพลินกับมันพอดู (แม้จะพูดกันหูดับตับไหม้แถมยังเป็นภาษาอังกฤษแบบที่ไม่คุ้นเคยเอาซะเลย) อาจเพราะการตัตต่อและเพลงประกอบที่ลื่นไหลไปพร้อมกับการก้าวข้ามช่วงวัยด้วยแนวคิดแบบ "ได้อย่าง เสียอย่าง" ในบรรยากาศดิบๆไปตลอดทั้งเรื่องกระมั๊งที่สะกดเราไปได้ตลอดทาง แม้ว่าหลายๆสิ่งหลายๆอย่างในเรื่องจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่ความตลกแบบกวนๆของโคเอนอันว่าด้วยความไร้เดียงสาของผู้ใหญ่โดนเราอย่างจังและเหนือสิ่งอื่นใดการแบกหนังทั้งเรื่องไว้ของ "เฮลีย์ สไตน์เฟลด์" นั้นเป็นอะไรที่ต้องชื่นชมจริงๆ
 
13/02/11 (AVI) - Up to Yangze (Yung Chang/ Canada/ 2007) - 5/5
   เล่นเอาเจ็บอีกแล้วกับหนังสารคดีจากผู้สร้าง Last Train Home เรื่องนี้ (แต่เรื่องนี้สร้างก่อน) อันว่าด้วยชีวิตของผู้คนกับการมาถึงของระดับน้ำที่ค่อยๆสูงขึ้นอันเป็นผลกระทบมาจากการสร้างเขื่ยนยักษ์สามผาที่ค่อยๆจมที่พักของพวกเขาให้หายไป หนังนำเสนอด้วยการใช้ความขัดแย้งต่างๆในการเปรียบเทียบในหลายๆประเด็นทั้งความสุขความทุกข์, ความต่างของฐานะ, สมัยใหม่และสมัยเก่า, ความรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมหรือแม้แต่ชนบทและความเป็นเมืองซึ่งแม้จะเคยได้เห็นวิธีการนำเสนอแบบนี้อยู่บ่อยๆแต่บางทีอาจเพราะการนำเสนออย่างสารคดีของมันด้วยกระมั๊งที่ทำให้อดคล้อยตามกับมันไปไม่ได้ แง่หนึ่งสำหรับบางคนน้ำที่พัดพามาอาจเป็นการลบอดีตอันปวดร้าวแล้วไปพบเจอกับอนาคตที่สดใส แต่อีกแ่ง่หนึ่งมันก็อาจเป็นด้่านกลับกันสำหรับในอีกบางคนในโลกที่ต้องจำยอมกับข้อบังคับโดยใช้คำว่า "ส่วนรวม" เป็นข้ออ้างเสมอๆ ฉากที่พ่อกับแม่มาหาลูกที่เรือด้วยความอายของทั้งสองฝ่ายนั้นกระทบเรามากๆ
 
16/02/11 (AVI) - Blue Valentine (Derek Cianfrance/ US/ 2010) - 3/5
    มันคือ (500) Days of Summer ของปีนี้ เพราะมันว่าด้วยจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของความรักเหมือนๆกันแต่ไปในแนวทางที่ขึงขังและจริงจังมากกว่ากันเยอะ ยอมรับว่าเกือบทุกองค์ประกอบในหนังเรื่องนี้สามารถทำให้เราเสียชีวิตได้เลย ทั้งเรื่องราวอันยืนอยู่บนความจริงจังของมัน, การดำเนินเรื่องด้วยการตัดต่ออันลื่นไหล (ซึ่งต้องขอชมมากๆที่สามารถตัดเรื่องราวในอดีตและปัจจุบันได้อย่างราบรื่นมากๆ) ความน่้ารักสดใสและความเจ็บปวดที่ส่งผ่านนักแสดงทั้งสองด้วยเคมีที่เข้ากันอย่างที่สุด รวมไปถึงเพลงประกอบที่ถ้าได้ฟังหลังจากดูหนังเรื่องนี้แล้วคุณจะได้ "รู้สึก" ถึงอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ แต่อาจเพราะส่วนตัวเราเห็นว่าเรื่องราวเยี่ยงนี้มันคือความจริงอยู่แล้วและไม่ได้แปลกอะไร การติดตามเรื่องราวในหนังเรื่องนี้จึงโดนเราเฉพาะส่วนของอารมณ์เท่านั้น
 
17/02/11 (AVI) - Io sono l'amore AKA. I Am Love (Luca Guadagnino/ Italy/ 2009) - 3/5
    จริงๆหนังมันก็เก๋ดีนะด้วยความเซอร์เรียลของตัวเรื่องอันว่าด้วยเรื่องราวของครอบครัวชนชั้นสูงที่ฉาบหน้าด้วยความสมบูรณ์แบบแต่ก็ยังคงหนีไม่พ้นจากสัญชาติญาณความเป็นมนุษย์อันคือความต้องการในสิ่งต่างๆที่ไม่จบสิ้นโดยเฉพาะเรื่องความรัก ส่วนที่เราชอบที่สุดคือการถ่ายภาพด้วยองค์ประกอบแปลกๆที่ดูแปลกตาและให้ความ รู้สึกแบบเหนือจริงด้วยอารมณ์แห่งความประหลาดล้ำอันเป็นสิ่งที่เด่นมากๆ เด่นเสียจนทำให้ตัวเรื่องราวของหนังกลายเป็นข้อด้อยไปเสียแทน หากจะว่ากันตามจริง หนังเรื่องนี้มันก็คือหนัง "แอ็คอาร์ต" จากยุโรปอีกเรื่องหนึ่งนั้นแหละที่โดดเด่นด้วยองค์ประกอบต่างๆ แต่ไม่ใช่ที่เรื่องราว...

18/02/11 (DVD) - The A-Team (Joe Carnahan/ US/ 2010) - 2/5
    ไม่รู้จะเขียนอะไรจริงๆ มันก็ไม่ได้แย่นักหรอก จะว่าไปมันก็มันส์ซะใจดีแม้จะเวอร์โครตพ่อ จุดเด่นของมันที่ดูต่างจากหนังแอ็คชั่นทั่วไปอาจคือการคิดแผนการต่างๆที่เวอร์และเหนือจริงจนคาดไม่ถึง(ซึ่งสามารถเอามาหากินได้ในหลายๆภาคแน่ๆหากมีการคิดทำภาคต่อ) อันทำให้เราหัวเราะแบบ "หึๆ" ได้บ่อยครั้งดี มันก็คือหนังแอ็คชั่นที่ยังเน้นความเป็นฮีโร่แบบอเมริกันอยู่นั่นแหละที่มัก ไม่มีอะไรให้คิดมากมายนัก แถมหนังยังยาวซะเล่นเอาสะลึมสะลือไปหลายหนทีเดียว เ้อาเป็นว่าดูแล้วเพลิน เพลินแล้วก็ลืม...
 
 
20/02/11 (DVD) - น้ำตาลแดง 2 ( ปรัชญา ลำพองชาติ, สุรวัฒน์ ชูผล, อนุรักษ์ จรรโลงศิลป/ ไทย /2553) - 1/5
     ต้องขอชมอย่างไม่เต็มใจนักกับค่ายหนังที่ฉลาดในการแยกภาคของหนังชุดนี้โดยนำเอาตอนดีๆเด่นๆไปไว้ในภาคแรกเพื่อเรียกเครดิตและกลุ่มผู้ชม แล้วเอาหนังที่เรียกได้ว่าสุดกู่และยากในการเสพมาไว้ในภาคนี้ หนังภาคนี้ไม่เหมาะอยากยิ่งกับคนที่พลังงานน้อยและสมองทำงานมาหนักก่อนรับชมเพราะหนังทั้งสามเรื่องแทบไม่ได้ดำเนินไปด้วยเรื่องราวเลย แต่เป็นการดำเนินไปด้วยภาพและอารมณ์ซะมากด้วยอารมณ์แบบหนังนักศึกษาไฟแรงแต่กลับไม่สามารถบรรลุและเข้าถึงผู้ชมได้ มันจึงเป็นเพียงหนังโชว์ของที่ไร้น้ำหนัก, หนังแก่สัญลักษณ์อันไร้ความหมาย, หนังที่ถ่ายภาพหลอกๆและนักแสดงแข็งๆ อย่างไรก็ตามหวังว่าหากผู้กำกับแต่ละท่านยังมีโอกาสคงสามารถพัฒนางานต่อๆไปให้ดีขึ้นได้
 
23/02/11 (AVI) - Kokuhaku AKA. Confessions (Tetsuya Nakashima/ Japan/ 2010) - 5+++++/5
   
 
 
 
 
 
 
25/02/11 (DVD) - บุญชู 10 จะอยู่ในใจเสมอ (เกีตรติ กิจเจริญ/ ไทย/ 2553) - 2/5
    ส่วนตัวก็ยังคงรู้สึกเหมือนภาคก่อนหน้านี้อยู่ดีตรงที่ว่าเรามีความสุขที่ได้เห็นคณะบุญชูรุ่นต้นแบบ(รุ่นพ่อ)โลดเล่นอยู่ในหนังแม้ช่วงยุคจะผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลาสมัย ซึ่งดูเหมือนว่าผู้สร้างคงรู้ดีว่าคนดูที่ดูหนังชุดนี้ส่วนใหญ่รู้สึกเช่นนั้น (ไม่อยากคิดเลยว่าคนรุ่นใหม่ๆนั้นไม่สามารถเชื่อมต่อกับหนังชุดนี้ได้อีกแล้ว) จึงลดบทบาทของคณะรุ่นลูกออกไปเลย แต่น่าเสียดายที่การเล่นใหญ่เกินไปของตัวเรื่องนั้นเป็นช่องโหว่ที่ใหญ่พอควรเพราะดูขัดหูขัดตาและไม่สามารถลื่นไหลไปกับตัวละครต่างๆได้จนกลายเป็นความอึดอัดไปในช่วงท้ายๆของมัน (ตัวละครของวีเจจ๋านั้นไม่มีจะดีมากๆ เพราะดูขัดหูขัดตาชะมัด!)
 
 
 
Shortfilm:
 
18/02/11 (AVI) - Attack on a Bakery (Naoto Yamakawa/ Japan/ 1982) - 3.5/5
     หนังจากเรื่องสั้นของมูราคามิ (ที่เรายังไม่เคยอ่าน เคยอ่านแต่ภาคต่อ The Second Bakery Attack) หนังว่าด้วยการปล้นร้านเบเกอรี่ของสองเพื่อนรักแกล้มด้วยประเด็นการเมือง ชอบในความกวนบาทาของมันทั้งการคิดอะไรสารตะไร้สาระรวมไปถึงการพยายามหลุดจากกรอบของอะไรบางอย่างเพื่อไปเจอกับกรอบอีกกรอบที่ซ้อนทับอยู่...สะอึกดี!
 
 
 
18/02/11 (AVI) - A Girl, She Is 100% (Naoto Yamakawa/ Japan/ 1982) - 5/5
     หนังอีกเรื่องจากเรื่องสั้นมูราคามิ (เช่นกันเรายังไม่เคยอ่าน) แต่เราชอบมากๆ หนังเริ่มด้วยความทีเล่นทีจริงแต่ใช้ภาพและการสื่อสารแบบจริงจังขึงขัุง ก่อนที่จะมาสลับขั้วกันในช่วงครึ่งหลังที่ใช้ลูกเล่นกับภาพมากมายในเรื่องราวที่กลับมาจริงจังมากๆแทน ดูจบแล้วเจ็บปวดดี (ชอบวิธีสื่อสารด้วยภาพนิ่งของหนังมากๆ)
 
 
22/02/11 (AVI) - Tintarella di luna (Gaspar Noé/ France/ 1985) - 5+/5
    หนังสั้นเรื่องแรกของกาสป้าที่ทำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้นว่าผู้กำกับท่านนี้ท่าจะหมกหมุ่นอยู่กับการเล่าเรื่องชีวิตผู้คน "ปกติ" ในโลกที่ "ไม่ค่อยปกติ" จนต้องแสดงออกด้วยความคิดอ่านและการกระทำอย่าง "ปกติ" ที่คนสามัญเขาทำกันนั้นแหละแต่น่าขันที่มันดันให้ความรู้สึกที่ "ไม่ปกติ" แก่ผู้ชมแทน หนังว่าด้วยหมู่บ้านที่โดนโรคระบาดทำลาย อาหารการกินหายาก แต่ผู้คนก็ยังคงดำำเนินชีิวิตที่เต็มไปด้วยกิเลสอยู่ดี นี่แหละความปกติที่ให้ความรู้สึกไม่ปกติของกาสป้า แม้หนังจะหักมุมในช่วงท้ายที่ไม่ค่อยโดนใจเรานักก็ตาม (จริงๆอีกประเด็นที่น่าคิดต่อคือการที่ผู้หญิงของเขามักเป็นผู้ถูกกระทำเสมอๆ)
 
 23/02/11 (AVI) - Bangkok Girl (Jordan Clark/ Canada/ 2005) - 2/5
    หนังว่าด้วยฝรั่งนายหนึ่งตามติดชีวิตสาวบาร์นางหนึ่งด้วยอารมณ์ประมาณว่า กูสงสารหญิงคนนี้ว่ะ เธอโดนทุกอย่างรุมเร้าเป็นเหตุให้ต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อบอกกับโลกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ดังนั้นก็คิดได้ว่า เออ! ทำสารคดีละกัน! จริงๆมันก็คือหนังสารคดีสั้นที่เล่าเรื่องราวต่างๆนาๆโดยฝรั่งผู้สร้างเอง ประกอบกับการตามสัมภาษณ์บุคคลเป้าหมายซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่หรือมีแง่ คิดแง่ลึกใหม่ๆงอกเงยออกมา เป็นแค่การเล่าเรื่องซ้ำด้วยจุดประสงค์บางอย่างที่หวังดีของผู้สร้าง...
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot!

โอ้โห..

ได้ชมไปเยอะเลยนะครับเนี่ย..

มากมายจริง ๆ big smile big smile big smile
ไม่น่าเชื่อแฮะ ในลิส์นี้ผมดูไปเรื่องเดียวเอง บุญชู10 ต้องตามเก็บอีกเพียบ sad smile

#18 By นกไซเบอร์ on 2011-03-05 11:44

I am Love ระทึกดีมาก
Fighter นี่ผมก็เฉยๆเหมือนกัน
BV ก็ ok แต่ชอบ 500 days มากกว่าอาจเพราะยังไม่เคยมีกับเขา 5555
King's Speech นี่ผมว่าวิพากษ์และสะท้อนระบบกษัตริย์กับปชชได้ดีทีเดียวนะ เขียนไว้ในบลอกกลัวโดนแบนมากๆ 5555Hot!

#17 By juthas on 2011-03-04 19:52

ดีใจมากที่พี่ชอบ The Kids Are All Right แล้วก็ไม่ค่อยปลื้ม The King's Speech เหมือนๆกัน (ฮ่าๆๆ) แต่เสียใจที่ไม่ชอบ น้ำตาลแดง 2 (ฮือๆๆ)

#16 By ืnanoguy (124.120.228.220) on 2011-03-04 17:18

นี่มันเดือนหนังออสการ์ชัดๆ!!big smile

#15 By R O C K on 2011-03-03 17:34

พี่ชาย: บวกทะลุมากครับ 555

พี่เอก: ไม่ดูก็ไม่เสียดายพี่

คุณมิ่ง: สำหรับผมนั้น ผิดหวังมากครับ

#14 By Seam - C on 2011-03-03 09:01

ผมไล่ดูหนังที่เข้าชิงออสการ์
รู้สึกอย่างไรไม่รู้
เหมือนมันโหวงๆ เหวงๆ ไม่ค่อยเต็ม
เรื่องนั้นขาดนี่ เรื่องนี้ขาดนั่น
เป็นปีที่ผม อืม...ไม่ถึงกับผิดหวัง
แต่ไม่ค่อยตื่นเต้นอะไรเท่าไรครับ

confused smile
การได้ดู Up the Yangtze ในโรงให้ความอิ่มเอมมาก ชอบๆ

เฮ้อ.. เห็นทีต้องดู The King's Speech ซักที จะอะไรกันนักหนา 555 open-mounthed smile

#12 By eak early : เอกเช้า on 2011-03-02 21:59



กระชับ ชัดเจน big smile Hot!

#11 By ทิว แอด ไฟน์ on 2011-03-02 18:58

เราให้ I AM LOVE A+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

#10 By filmsick on 2011-03-02 18:33

เริ่ดครับ
หลงรัก Blue Valentine

#9 By iamdozenist on 2011-03-02 18:25

The fighter wด้ 3.5 เอง เหอๆๆ คืนนี้ว่าจะดูซักหน่อยละsad smile

#8 By omega on 2011-03-02 17:57

ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากดูในโรงนะน้า โครตอยากเข้าโรงเลยละ ดูอะไรก็เอา แต่มันมีหลายๆอย่างที่ไม่สามารถทำอย่างงั้นได้เลยจริงๆ

ตอนนี้เลยกลายเป็นคนดูหนังแบบผิดกฏหมายไป

แต่ก็ยอมรับโดยดีละครับว่าอย่างที่น้าบอกมามันโครตจริงเลย

#7 By Seam - C on 2011-03-02 15:45

คือ อยากจะบอกว่า

ไปดูที่โรงบ้างก็ดีนะ sad smile เพราะเขาทำมาให้ดูในโรง หยุดไปดูหนังบ้างเดี๋ยวจะติดนะ

#6 By yayoungman on 2011-03-02 15:16

ยังไม่ได้ดูสักเรื่องเลยอ่ะ

#5 By Rachel Komolsut on 2011-03-02 14:09

kids 5/5
fighter 2/5
king's 2.5/5
true grit 4.5/5
up to vangzr 4.5/5
blue VLT 3/5
i am love 2.5/5
the a-team 4/5
บุญชู 2.5/5

ที่เหลือก็ยังบ่ได้ดู sad smile

#4 By keaaaa on 2011-03-02 13:59

หูยยย อะไรจะได้ดูเยอะขนาดนี้

#3 By แฟนผมฯ (122.248.16.2) on 2011-03-02 13:56

อยากดู The Fighter

ปล.เดือนมกรา บ้าพลัง ดูหนังโรงไป 6 เรื่อง ถือว่าเยอะที่สุดของเราแล้วอะ 5555 พอมาเดือนกุมภา เริ่มเข้าสู่ความวุ่นวาย หนังโรงยังไม่ตกถึงท้องเลยยยยย

ปล.2 อยากดูเส้าหลิน

#2 By NiDA MAilO on 2011-03-02 13:52

น่าเสียดายครับที่หนังเรื่องที่ว่าภาคสองไม่สนุกเท่าภาคแรก แถมคนละด้านกันเลย ไม่ทราบว่าจะอาร์ต(ไม่จริง) ไปไหน