One Trip in One Entry (HK+GZ+SZ/ 12-20 Oct 2010)

posted on 30 Oct 2010 11:24 by seamsee in Articles
 
Step 1: อารัมบท
     นี่เป็นการเดินครั้งที่สามแล้วสำหรับสองประเทศและสองจังหวัดนี้ซึ่งส่วนใหญ่จะไปด้วยเหตุผลทางการงานมากกว่ายิ่งในครั้งนี้แล้วในช่วงเวลาที่ต้องรับผิดชอบในหน้าที่ๆเพิ่มมากขึ้นเป็นสองจุดห้าเท่า การไปครั้งนี้จึงต้องโฟกัสเรื่องงานเป็นพิเศษ แต่มันก็กลับกลายเป็นทริปที่รู้สึกว่าได้ซึบซับ ได้รู้จักฮ่องกงและสนองตอบบางอย่างในตัวได้ดีและประทับใจที่สุด จนรู้สึกว่าแม้จะต้องกรำงานอย่างหนักในช่วงหลายๆเดือนที่ผ่านมา แต่มันก็คุ้มค่าที่ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ที่เรามักตื่นเต้นกับมันเสมอๆ แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวก็ยังคงต้องการหลายสิ่งอย่างกลับมาทดแทนเวลาที่หายไปอยู่ดี "ได้อย่างเสียอย่าง" ยังคงเป็นจริงเสมอ....
 

    เอาละ! เลิกเวินเว่อร์แล้วมาเข้าเรื่องดีกว่า เอ็นทรี่นี้ผมแค่อยากเขียนเก็บไว้ จะออกแนวอธิบายเรื่องราวด้วยรูปและข้อความสั้นๆมากกว่า คงไม่ถึงกับสวยเลิศหรือสามารถใช้ในการอ้างอิงใดๆได้ แต่ก็หวังว่าจะสามารถสร้างความเพลิดเพลินได้บ้างละน่า อนึ่งจะไม่ขอพูดถึงตัวงานที่ข้าพเจ้าต้องทำใดๆในเอ็นทรี่นี้ครับ เพราะแค่ทำงานก็จะแย่แล้ว เอาเป็นว่าลุยเรื่องส่วนตัวอย่างเดียวพอ

 

 

Step 2: เพลงประกอบ
  จริงๆเพลงอาจไม่เข้ากับเอ็นทรี่ แต่ขอเถอะ! ชอบเพลงและคลิปนี้จริงๆอันทำให้ฟินกันไปข้างนึงเลย ที่สำคัญขอเป็นการไว้อาลัยให้ตัวเองที่วงนี้มีการเปิดการแสดงในฮ่องกงในวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมาแต่ดันเป็นวันที่ผมต้องกลับพอดี เลยอดดูอดฟังแบบสดๆไปอย่างน่าเสียดายแบบสุดๆ อยากให้ลองฟังดูครับ
 
 
Step 3: Let go!...Hong Kong+Guangzhou+Shenzhen during 12-20 Oct. 2010
 
  วันแรกมาที่ฮ่องกง นอนไม่หลับไม่รู้ว่าเพราะผิดที่หรือตื่นเต้น เลยลุกขึ้นมาถ่ายรูปวิวจากหน้าต่างโรงแรม The Harbourview ในฝั่งฮ่องกงยามเช้า รูปล่างขวาเป็นสะพานที่เชื่อมต่อกับ Art Centre ที่อยู่ข้างโรงแรม
 
     มาพักที่นี่หลายครั้งไม่เคยได้เข้า Art Centre เลยซักครั้งทั้งๆที่อยู่ติดที่พักเลย ครั้งนี้มาเลยตั้งใจว่าจะต้องเข้าไปให้ได้ ซึ่งพอได้ดูงานทั้งหมดมีชอบอยู่สองงาน
     งานแรกเป็นงาน 3D Dance Installation ของศิลปินสวิส-อิหร่านนาม "Billy Cowie" ซึ่งเก๋ดีด้วยการใช้เทคโนโลยี 3D มาผนวกกับการเต้น รูปแรกแสดงด้วยจอสามมิติที่วางอยู่บนพื้น ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นพระเจ้าที่จ้องมองความเจ็บปวดของมนุษย์บนพื้นโลก รูปถัดมาเราต้องนอนหงายแล้วมองดูเธอบนเพดานที่ซึ่งให้ความรู้สึกที่กลับกันกับงานแรกแต่ยังคงความรู้สึกเจ็บปวดอยู่แต่ชิ้นนี้เรายังสนุกด้วยกับความสงสัยว่าเธอใช้วิธีถ่ายทำเช่นไร? มีการลุ้นอยู่หลายครั้งว่าเธอจะตกลงมาให้เราตกใจหรือไม่? โดยทั้งสองชิ้นนี้ยังแฝงด้วยนัยยะของการกดขี่เพศหญิงด้วยการจ้องมองผ่านใต้กระโปรงและชุดชั้นในด้วย (แต่ดูข้อมูลในเน็ตงานชิ้นที่สองนี้เธอแก้ผ้าเลยนี่หว่า?)
    งานต่อมาเป็นการฝีมือเทพๆ ด้วกการตัดถุงกระดาษให้กลายเป็นต้นไม้เมื่อมองจากภายใน แน่นอนนี่คืองานอนุรักษ์ธรรมชาตินั้นแหละ แต่ผ่านการคิดและฝีมือที่น่าชื่นชม
 
      ยังคงอยู่ใน Art Centre ด้านซ้ายคือโรงหนังขนาดย่อมอันมีการเล่าถึงประวัติและหนังที่เคยฉายโดยทั้งลิสเราได้ดูอยู่แค่สองเรื่อง (Nobody Knows กับ The Motorcycle Diaries) ส่วนด้านขวาเป็นประชาสัมพันธ์งานประกวดหนังสั้นและวีดีโอของฮ่องกงที่จัดเป็นครั้งที่ 15 แล้ว เดือนหน้าใครไปก็ลองไปดูกันได้
 
      อันเนื่องจากไปกับบอสใหญ่ของเรา ซับพลายเออร์เลยต้องดูแลเป็นพิเศษ เลยได้ทานอาหารในภัตคารดังๆ (หรือเปล่า?) ชื่อ Hee Kee การันตีด้วยพี่หลิวเต๋อหัว เขาว่ากันว่าร้านนี้เด่นมากในเรื่องปูผัดกระเทียม พริกไทย และเมื่อได้ลองชิมแล้วก็พบว่าอร่อยแสงพุ่งมากๆ เพียงแต่ติดเค็มไปนิด แต่ยกให้กั๊งชนะเลิศครับ
 
     รูปนี้เป็นการรวบรวมโรงหนังที่ได้พบเจอ สามรูปด้านซ้ายอยู่ในย่าน Causeway Bay คนเยอะในทุกๆโรง ส่วนใหญ่จะฉายหนังตลาดทั่วไป ส่วนขวาบนเป็น Cinematheque ของฮ่องกง มีฉายหนังนอกกระแสบางเหมือนลิโด้บ้านเรา น่าเสียดายที่ได้ไปตอนมันปิดไปแล้ว เอาไว้โอกาสหน้าหากมีโอกาสจะไปใหม่ (เช่นกันร้านหนังสือ Kubrick ใต้โรงนั้นก็ปิดแล้ว ซึ่งวง TOE จะแสดงสดที่นี่ น่าเสียดายๆ)
 
      เสร็จงานบางส่วนในฮ่องกง เดินทางต่อไปกว่างโจว พักที่โรงแรม Chime Long Hotel เป็น Theme Hotel ซึ่งในบริเวณโรงแรมนี้จะมีทั้งสวนน้ำขนาดมหึมาและอลังการ, สวนสัตว์ที่มีแพนด้าเป็นฝูง, สวนสนุกเบิ้มๆ และโรงแรมที่เราพัก ภาพสองด้านบนเป็น Reception ภาพสามเป็นสระว่ายน้ำที่กลางคืนเปิดไฟสวยมากๆ อยากว่ายสุดๆแต่ไม่มีกางเกงว่ายน้ำ ตอนแรกนึกว่ามีให้เช่าเพราะเห็นแขวนๆอยู่แต่มันกลับขายแทน ไอ้เราและญาิติสองคนก็เลยหาอุบายจะลงสระมันด้วยกางเกงในนี่แหละว่ะ แต่บุญไม่มี ลงไปมันปิดพอดี
     สองรูปล่างถ่ายตอนทานอาหารเช้า ทานอาหารเช้าไปดูเสือขาว ดูนกฟามิงโก้ไป เพลินดี แถมอร่อย
 
         ตกดึกไปดูโชว์ในส่วนสวนสนุก แรกๆก็ดูเคลนแหละว่ามันจะเท่าไหร่กันเชียว แต่เอาเข้าจริงกลับกลายเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ทั้งการแสดงและโชว์ต่างๆที่ดูอลังการ, ยิ่งใหญ่, หวาดเสียดและสนุกสุดๆ แต่ที่น่าจดจำที่สุดกลับเป็นคนดูชาวจีนที่ให้ความร่วมมือและมีอารมณ์ร่วมกับโชว์แบบสูงมากๆ ขนาดแค่เริ่มแสดงก็ส่งเสียงกรี๊ดกันสนั่น ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โชว์นี้สุดยอดและติดตาติดตรึงใจมากๆ
      จบโชว์กลับเข้าห้องมาดูละครไทยภาคจีน
 
    จบงานในกว่างโจวก็เดินทางไปเซินเจิ้นต่อ รูปแรกที่เห็นด้านซ้ายนั้นคือ Guangzhou Tower ต่อด้วยตรงกลางคือ Liede Bridge แต่ตึกซ้ายมือสุดนี่ไม่รู้แฮะ ก่อนเิดินทางก็ไปกินข้าวร้านชื่ออะไรไม่รู้แต่มี "บรู๊ส ลี" เป็นเป็นโลโก้อย่างเท่ห์เลย เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ (กินแล้วมีพลังเหมือนบรู๊ส ลี...ประมาณนั้น) ขอบอกว่าซุปอร่อยมากๆๆๆๆๆ 
     ผ่านด่านเจอฝูงรถซูเปอร์คาร์ทั้งเฟอรารี่, แลมโบกีนี่, พอร์ชและอื่่นๆอีกมากมาย ตระการตามากๆ เห็นว่าจะไปแข่งกันที่สนามไหนซักแห่งในจีน วันนี้มาพักที่โรงแรม Cruise Inn ที่เอาเรือมาทำเป็นที่ัพัก บอกตามตรง ดูจากลักษณะห้องและลักษณะสภาพแวดล