เกริ่นนำ

      นี่เป็นทริปที่ค่อยข้างฉุกละุหุกมากๆ มีเวลาในการเตรียมตัวน้อยสุดๆ แต่ก็โชคดีที่มีคนรู้จักอยู่ที่นั่นทำให้หลายๆอย่างง่ายขึ้น ทริปนี้ประกอบไปด้วยคุณแม่แฟนผมที่เดินไปก่อนแล้วด้วย TG และแฟนผมกับตัวผมที่เดินทางไปสมทบภายหลังด้วยสายการบินเนปาลแอร์ไลร์ีที่ราคาถูกกว่า โดยไปพักอาศัยกับครอบครัวของว่าที่ลูกบุญธรรมของคุณแม่ในกาฐมัณฑุทำให้เซฟค่าที่พักและอาหารในหลายๆคืนหลายๆมื้อ บัญญัติทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมได้พบและประสบใน 8 วันที่เนปาล อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่หรืออาจเป็นแค่ส่วนน้อยในประเทศก็เป็นได้ครับ ดังนั้นจึงขอแจ้งให้ทราบกันก่อน

 

 

 

 บัญญัติ 30 ประการที่ได้ประสบพบพานในเนปาล

 

1. ที่เราเห็นรูปต่างๆของประเทศเนปาลสวยๆนั้นเป็นเรื่องจริงครับ แต่หากกล้องที่ถ่ายกดต่ำลงอีกนิดจนเห็นพื้น เราก็จะพบว่ามันเป็นคนละเรื่องกัน เพราะเราจะสามารถเห็นกองขยะและน้ำขังอยู่ได้ทั่วไปในเนปาล (โดยเฉพาะเมืองหลวงกาฐมัณฑุ) อนึ่งการหาถังขยะในเนปาลเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องง่าย อันอาจเป็นผลของปรากฏการณ์เช่นนี้ ที่สำคัญบางจุดเราจะได้กลิ่นฉี่ด้วย

2. ถนนต่างๆในเนปาลนั้นต้องบอกเลยว่าไม่มีเรียบ ขรุขระมากๆ ฉะนั้นควรใส่รองเท้าผ้าใบแทนรองเท้าแตะเพื่อความสะดวกในการเดินเท้า

3. เนปาลฝุ่นเยอะมาก ฉะนั้นแล้วควรมีผ้าปิดปากติดตัวตลอดเวลา

4. การเดินทางข้ามเมืองในเนปาลมีด้วยกัน 2 แบบคือเครื่องบินภายในประเทศและรถยนต์ หากพอมีเงินแนะนำให้เดินทางไปแต่ละเมืองด้วยเครื่องบินจะดีที่สุด เพราะนอกจากจะเร็วกว่าแล้วมันยังสะดวกกว่ามากๆด้วย อย่างที่บอกไปว่าถนนหนทางในเนปาลนั้นค่อนข้างแย่ หลุมบ่อเยอะมากๆ รถราจึงไม่สามารถขับเร็วได้ แถมยังต้องนั่งโยกไปโยกมาให้เวียนหัว ประกอบกับการเดินทางข้่ามเมืองในเนปาลก็คือการเดินทางข้ามภูเขาหลายๆลูก หนทางคดเคี้ยวมากขนาดที่แม่ฮ่องสอนกลายเป็นเด็กๆไปเลย และเมื่อทางคดเคี้ยวผสมกับทางขรุขระ มันก็เท่ากับความทรมานของเรา

5. การจราจรในเนปาลเป็นเอกลักษณ์สุดๆ เราจะได้ยินเสียงแตรตลอดเวลาในทุกส่วนของประเทศ แถมรถบางคนยังใช้แตรสองเสียงเป็นที่น่ารำคาญหูมากๆ ในยามดึกการเปิดไฟสูงแบบไม่ปิดเลยเป็นเรื่องปกติมากๆ แสบตากันไป แถมด้วยการแซงนั้นเป็นเรื่องปกติ ขนาดการแซงทางโค้งยังเป็นเรื่องปกติเลย โชคดีที่ถนนหนทางนั้นไม่ค่อยดี ทำให้รถวิ่งได้ช้า อุบัติเหตุจึงเกิดขึ้นน้อย เอาง่ายๆว่าการจราจรที่นี่ทำใ้ห้การจราจรในเซินเจิ้นเป็นเด็กทารกไปเลย

 

 

 

 

6.  รถในเนปาลส่วนใหญ่จะเป็นรถเก่า ไม่ใช่เพราะเรื่องจนรวย แต่เป็นเพราะรถเก่ามันอึดและทนกว่ารถในยุคปัจจุบัน ระบบโช็คแข็งแรงมากเพื่อรองรับกับสภาพถนน ส่วนรถยุคใหม่ก็พอมีแต่ไม่มาก สำหรับมอเตอร์ไซร์นั้นก็เป็นเป็นแบบยุคเก่าคันใหญ่ๆเช่นกัน

7. ตามวัดต่างในตามรูปที่เราเห็นสวยๆนั้น หากซูมเข้าไปใกล้เราจะได้พบกับฝูงนกพิราบมากมายและสิ่งที่มันฝากไว้ก็คืออุจจาระขาวโพลนเต็มหลังคาวัด 

8. ที่นี่สัตว์ 4 ขาจะผอม แต่สัตว์ปีกจะอ้วนปั๊กมากๆ (ไก่, พิราบ, อีกา, เป็ด)

9. การเห็นนกอินทรีย์บินล่อนถลาเล่นลมเหนือเมืองนั้นเป็นสิ่งที่เห็นได้ปกติในเนปาล

10. สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในทุกเมืองของเนปาลคือ Western Union และโปสเตอร์หนังอินเดีย

 

 

 

 

11. สินค้าไทยที่พบเห็นได้ทั่วไปทุกเมืองคือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป "ไว ไว" และเครื่องดื่มชูกำลัง Red Bull หรือ กระทิงแดง

12. เมื่อซื้อของอะไรก็แล้วแต่ ทั้งที่กินได้หรือกินไม่ได้ เขาจะใส่ถุงดำให้เสมอ (คล้ายๆถุงก๊อปแก๊บบ้านเราแต่มีสีดำคล้ายถุงขยะ) เว้นเสียแต่เป็นย่านนักท่องเที่ยวเช่นย่าน "ทาเมล" ที่ท่านอาจได้รับถุงสีอื่นๆมาบ้าง และหากของกินนั้นเป็นของทอด ท่านก็จะได้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อมาให้ด้วยเสมอ

13.  ชาวต่างชาติที่มาเนปาลมากที่สุดน่าจะเ้ป็นคนญี่ปุ่น เพราะเจอเยอะมากๆ

14. ไฟดับในเนปาลเป็นเรื่องปกติ เพราะดับทุกวัน ฉะนั้นจงพกไฟฉายติดตัวด้วยจะเป็นการดีที่สุด

15. หา่กเจอที่พักที่มีห้องน้ำใจตัวถือว่าโชคดีแล้ว แม้ว่ามันจะไม่สะอาดดั่งใจหวัง

16. ไฟห้องน้ำในเนปาลมักไม่มี หรือมีก็ใช้ไม่ได้ (หรือใช้ได้แต่ไฟมันดับ ) ซึ่งถ้าไม่มีไฟฉายก็ต้องลุ้นเอาเองว่าจะลงคอห่านหรือไม่? ฟังๆดูก็น่าสนุกดี

17. อย่าแปลกใจหากห้องน้ำที่เข้านั้นกลิ่นฉุนมากๆ หรือหากโชคดีท่านก็จะได้พบกับปลาวาฬน้อยใหญ่ลอยอืดอยู่เต็มคอห่าน (การพบเจอวาฬของผมในทริปนี้คิดเป็น 75% ของห้องน้ำทั้งหมดที่ได้เข้า) เพราะมันเป็นเรื่องแปลกที่คนที่นี่เข้าห้องน้ำแล้วไม่ค่อยราดน้ำกัน ซัดกันซ้ำแล้วซ้ำอีก ฉะนั้นแล้วในบางทีการเข้าห้องน้ำที่ไม่มีไฟก็เป็นการดีไปอีกแบบ

18. สวิตซ์ไฟฟ้าที่เนปาล การเปิด-ปิดจะแตกต่างกับบ้านเรา (กดขึ้นคือปิด กดลงคือเปิด)

19.คนเนปาลเป็นคนใจเย็น ค่อยๆทำไปไม่เร่งรีบ ฉะนั้นแล้วจงอย่าแปลกใจหากว่าอยู่ที่นี่แล้วรู้สึกว่าทุกอย่างเดินช้าลงกว่าปกติ (ชิวชิวของแท้ครับ )

20. จากผลข้อ 19. ทำให้เมื่อเข้าร้านอาหารควรสั่งอาหารก่อนล่วงหน้าซักครึ่งชั่วโมงจะเป็นการดี

 

 

21. คนเนปาลีไม่ทานเนื้อวัว แต่ทานเนื้อไก่, แพะและควาย (หมูมีบ้างแต่ไม่มาก)

22. เมื่อตื่นนอนในยามเช้า คนเนปาลจะดื่มชานมกับอาหารพวกแป้งทอด แล้วก็จะมาทานเป็นเรื่องเป็นราวในตอนประมาณ 10 โมง ช่วงบ่ายจะไม่ทานแต่จะไปทานหนักๆอีกทีในยามค่ำ (ประมาณเกือบ 3 ทุ่ม) ทานกันประมาณข้าวเที่ยงบ้านเราเลย (ฉะนั้นแล้วคนไทยอย่างเราก็จะได้ท่านกันทั้งหมด 5 มื้อต่อวัน )

23. การเห็นแพะ, ไก่, เป็ด, วัว, ควายเดินอยู่ข้างทาง คุ้ยขยะนั้นขอให้คิดว่าคล้ายๆกับสุนัขจรจัดบ้านเรา

24.  เวลาว่างๆในหน้าหนาว ชาวเนปาลีจะออกมานั่งตากแดดเล่นเพื่อความอบอุ่น

25. หลายๆบ้านมีห้องน้ำเอาไว้ถ่ายทุกข์หนัก-เบาเท่านั้น การอาบน้ำจะไปอาบกันบนดาดฟ้าในช่วงเที่ยงถึงบ่าย

 

 

26.  หากพูดคุยกับชาวเนปาลแล้วพวกเขาโยกหน้า นั่นคือการตอบตกลง

27.  ในเนปาลการเก็บผ้า่ห่มเมื่อตื่นนอนนั้นจะใช้วิธีการม้วนแล้วเอาไปกองไว้ด้านข้าง (ต่างจากบ้านเราที่ใช้วิธีการพับแล้วเอาไว้ปลายเท้า)

28. สายการบินเนปาลแอร์ไลร์กับการดีเลย์นั้นเป็นของคู่กันและถึงแม้ว่าจะได้ Delay Meal มาจำนวน 200 บาท แต่ราคาอาหารในสนามบินก็ไม่มีเมนูใดเลยที่ถูกกว่า 200

29. ในเนปาลยังคงมีปัญหาการเมืองอยู่ตลอดเวลา การประท้วงเกิดขึ้นบ่อยมาก บ้างครั้งท่านอาจเข้าเมืองหลวงไม่ได้เพราะถูกปิด แต่ที่นี่ไม่เคยมีประวัติทำร้ายนักท่องเที่ยวรวมถึงการปิดสนามบิน

30. คนเนปาลเป็นคนมีอารมณ์ขันสูงมาก อารมณ์ดี เส้นตื้น แม้ในภาวะที่ย่ำแย่ เสียงหัวเราะก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา ทำให้คนต่างด้าวอย่างเราๆพลอยมีความสุขไปด้วยเสมอ

 

 

 

 สรุป

 

แม้จะมีความไม่สะดวกสบายเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ด้วยสภาวะแวดล้อมใหม่ๆหลายๆอย่าง ก็ทำให้ทริปนี้เป็นทริปที่น่าจดจำ ซึ่งเชื่อแน่ว่าคงได้กลับไปอีกแน่นอน 

 

...นมัสเต...

 

 

ปล1. เอ็นทรี่ต่อๆไปของเนปาลคงยิงรูปอย่างเดียวละครับ เพราะถ่ายมาเหยียดพันรูปด้วยคอนเซ็ป "ใบไม้ไหว ชัตเตอร์ลั่น"   นี่แ่หละหน่า ความนิสัยเสียในโลกยุคดิจิตอลของผม

ปล2. ภาพจากกล้องโลโม่ออกมาแย่มากมาย แย่ขนาดร้านไม่กล้าอัดรูปให้เพราะกลัวเสียดายเงิน คงต้องเีรียนรู้อีกเยอะครับกับการใช้น้องได๋มินิตัวนี้ โลโม่ตัวแรกนี่นา 555

ปล3. เสียดายที่ไม่ได้เห็นโรงหนังในเนปาล

ปล4. เอ็นทรี่หน้าจะมาเล่าเรื่องด้วยภาพครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วสนุกมากๆอยากไปคะเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากถึงอาจจะดูลำบากมาก อยากทราบว่าถ้าเราจะไปเที่ยวเอง ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่คะถ้าไปประมาณ3วัน

#16 By narakjunk (103.7.57.18|223.204.26.134) on 2012-10-01 13:35

+ ข้อ 5. ทำไมพี่นึกถึงการจราจรจลาจล ในเวียดนาม (บีบแตรแสบแก้วหู) กับบาหลี (ถนนแคบมากกก และคดเคี้ยว) เลยอ่ะครับ sad smile

+ ข้อ 13. จะว่าไปพี่ว่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็เยอะไปทุกประเทศแหละครับ พี่เคยสัมภาษณ์พวกเค้าว่าทำไม เค้าบอกว่าเค้าไปเที่ยวประเทศไหนก็ค่าครองชีพถูกกว่าบ้านตัวเองหมด! ก็เลยออกมาเที่ยวดีกว่า (อิจฉาเล็กๆ เหอๆ )

+ ข้อ 17. อยากรู้เหตุผลอ่ะครับว่าทำไมเค้าไม่ชอบราดส้วม มันเป็นความเคยชินหรือว่าอยากประหยัดน้ำหวา?!?

+ รอชมภาพงามๆ เอนทรี่หน้าจ้า cry นมัสเต

#15 By บลูยอชท์ (125.25.21.26) on 2010-03-04 01:18

ได้แวะไปป่าหิมพานต์มั่งรึเปล่า อยากเห็นมักรีผล

#14 By brawatcher on 2010-03-01 21:01

ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆครับ

ดูท่าทางจะหนาวดีนะครับ ทั้งๆที่เริ่มเข้าหน้าร้อนแล้ว open-mounthed smile

#13 By Navagan (58.8.93.65) on 2010-03-01 18:26

เหมือนอ่านนิตยาสารท่องเที่ยวเลย confused smile

แต่ในที่สุดไวไวก็เอาชนะมาม่าได้ที่นี่ open-mounthed smile

#12 By binkybear on 2010-03-01 16:05

เรื่องการโยกหน้า - มันก็คล้า่ยๆการพยักหน้าของบ้านเราแหละครับ เป็นการตอบตกลง

บ้านเขาจะบอกว่าใช่ โดยใช้คำว่า "กะ"

เมื่อวานไปตัดผม อ่านคู่สร้างคู่สม เขาบอกว่าเนปาลเป็นประเทศเดียวในเอเซียที่ออกกฏหมายให้ความเป็นธรรมที่สุดสำหรับเพศที่สาม --- เก๋ซะ big smile

นาโน - ใช่เลยนาโนเรื่องการเมือง เรารู้สึกว่าบ้านเราคงใกล้ๆเหมือนบ้านเขาแล้ว ดีไม่ดีอาจลงไปแย่กว่าด้วย

#11 By Seam - C on 2010-03-01 08:13

อยากไปจัง
big smile big smile big smile

#10 By Annann-chou-chou on 2010-02-28 21:21

อ่านจบแล้ว... อยากไปจัง ^^

หลายข้อชวนให้นึกถึงเมืองจีนอย่างที่คุณเซียมว่า ได้เห็นสถาปัตยกรรมในบางรูปแล้วรู้สึกขลังค์มาก ในขณะที่บางรูปก็ดูเหมือนอยู่แถวบ้าน

ส่วนโยกหน้ารับนี้เหมือนหนังบอลลิวู้ดใช่ไหมครับ ;)

#9 By BdMd (124.120.67.55) on 2010-02-28 20:01

มีใครที่นั่นรู้จักนาธานป่ะครับ sad smile

อยากไปเที่ยวมั่งจัง

#8 By ธาตรี on 2010-02-28 15:18

โยกหน้าตกลงนี่มันยังไง

อ่านเรื่องวาฬในห้องน้ำแล้วขนลุกว่ะ

นมัสเตกับรูปจบนี่มัน Lost ชัดๆ 555

#7 By eak early : เอกเช้า on 2010-02-28 14:22

sad smile ชีวิตดูน่าอิจฉาจิงๆ ไปไกลสุดแค่สิงโปเอง(ฟรี) อยากไปบ้างเผื่อจะตามลอย batman

#6 By yayoungman on 2010-02-28 13:21

Hot! Hot!
โอ้ปลาวาฬsad smile

#5 By wesong on 2010-02-28 08:56

เคยได้ยินว่าอินเดียขับรถกันแบบบีบแตรตลอดเวลาแต่ไม่ยักรู้ว่าเนปาลจะเป็นเหมือนกันนะคะนี่ sad smile

ว่าแต่มื้อค่ำตอนสามทุ่มนี่.. ดึกสุดๆเลยนะคะนั่น....

#4 By ::Materia Hunter:: on 2010-02-27 23:53

ว่ากำลังจะถามเชียวว่าโรงหนังเนปาลเป็นยังไง (อุตส่าห์เห็นโปสเตอร์หนังอินเดียแล้ว) ส่วนเรื่องไฟดับนี่สงสัยเป็นปกติของประเทศแถบนั้นมั้งครับ ตอนแม่ผมไปภูฏานก็เจออีหรอบเดียวกัน ดับทั้งปีทั้งชาติ ฮา

ส่วนปัญหาการเืมืองในเนปาล น่าจับตามากๆ เพราะผมเชื่อว่าอีกไม่นานบ้านเราอาจจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน (เหอๆๆ) ไม่รู้ว่าบ้านเขาจะรับมือกับ "ช่วงเปลี่ยนผ่าน" ได้ดีแค่ไหนแล้วไปจบลงที่สถานการณ์ยังไงนะครับ

#3 By nanoguy on 2010-02-27 23:49

โลโม่ต้องแดดเปรี้ยงๆครับ ยิ่งเป็นฟิล์มสไลด์ไอโซ่ต่ำซะด้วย แต่อย่างกังวลเลยครับ ไปเที่ยวทีผมรัวไปเลยสี่ห้าม้วน อย่างน้อยมันก็ต้องดูดีรวมๆกันสักสองม้วนแหละน่า

ยังดูหนังค้างครับ (Gentleman Bronco ไร้สาระได้โล่ห์!) เดี๋ยวจะมาเม้นท์อีกที ;)

#2 By BdMd (124.120.65.226) on 2010-02-27 23:01

ชอบการสรุปเรื่องแปลกในต่างแดนแบบนี้จังครับ ไม่ว่าจะเป้นจากประเทศอะไรก็ตามbig smile

ข้อสามสิบนี่ทำให้รู้สึกว่าคนเนปาลก็ไม่ค่อนต่างจากพี่ไทยเท่าไหร่เนอะ การยิ้ม และ อารมณ์ขันทำให้ทุกข้อที่ว่ามา ดูไม่หนักหนาเลยจริงๆ

#1 By 60's on 2010-02-27 22:51