18/01/10 (DVD) The Last House On The Left (Dennis Iliadis/ US/ 2009)

 

 

      จริงๆผมคงไม่สามารถเปิดหนึ่งเอ็นทรี่ให้หนังเรื่องนี้ได้หรอกหากวัดกันที่เนื้อเรื่องและแวดล้อมต่างๆของหนังเรื่องนี้เพราะมันคงจบภายในไม่กี่บรรทัดแม้จะรวมความรู้สึกของผมไปแล้วก็ตาม แต่มันช่างน่าตลกที่ผมกลับได้เห็นประเด็นบางอย่างในหนังที่สามารถนำมาสะท้อนได้อย่างน่าคิดและรุนแรงในการวิพากษ์การเซ็นเซอร์หนังในบ้านเรา

 

     สำหรับเรื่องราวของหนังนั้นก็เป็นเพียงกลุ่มฆาตกรที่จับพลัดจับผลูไปสร้างวีรกรรมร้ายๆให้กับเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่ง ก่อนที่จะจับพลัดจับผลูอีกครั้งที่ต้องไปอาศัยบ้านของคนอื่นในการพักอาศัยแล้วก็จับพลัดจับผลูอีกว่าบ้านที่ไปเข้าพักนั้นกลับกลายเป็นบ้านของพ่อแม่ของเด็กสาวคนนั้น หนังหลังจากนี้ก็เดินตามทางหนังเชือดล้างแค้นเลือดสาด

 

     แม้โดยส่วนตัวจะไม่ถูกโฉลกกับหนังโหดเลือดสาดแบบเห็นกันจะๆชัดๆ ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็มีให้ดูกับแบบเต็มๆ! แต่หนังก็ยังคงประสบความสำเร็จอย่างสูงมากในการสร้างความระทึกของการตามล่าล้างแค้นนี้ โดยการสร้างบรรยากาศและดนตรีบรรเลงหลอนๆที่ช่วยทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้เร็วกว่าปกติ


     แต่อีกประเด็นที่หนังมอบให้ก็คือประเด็นเรื่องครอบครัวและการดูแลลูกที่หากมองกันเผินๆมันก็เป็นเพียงแค่การอบรมสั่งสอนของหนังเท่านั้นที่เคลือบหนังอยู่บางๆ แต่เพราะประเด็นนี้ผมกลับนำมาผูกกับเรื่องการเซ็นเซอร์ของไทยแล้วก็ได้ผลอย่างน่าคิดและน่าสนใจ

 


 

     หากจำไม่ผิดภาพยนต์เรื่องนี้โดนแบนในการเข้าโรงหนังบ้านเรา คำถามที่เราอยากถามกลับไปก็คือหนังโดนแบนเพราะสาเหตุใด? เชื่อแน่ว่าก็คงไม่พ้นเรื่องความรุนแรงทางภาพและความรู้สึกที่หนังมอบให้ที่กลัวว่าจะเป็นกลายเป็นตัวอย่างในการสร้างปัญหาต่างๆในสังคม แต่มันถูกต้องแล้วหรือที่เราไม่มีสิทธิดูหนังเรื่องนี้ในโรง? ถูกต้องแล้วหรือที่การแบนหนังจะช่วยให้เราเป็นคนดีได้? ถูกต้องแล้วหรือที่แบนแล้วจะช่วยให้เราปลอดภัยจากแวดล้อมรอบตัว? และถูกต้องแล้วหรือที่การเหมารวมแบบนี้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด? หากไม่เห็นด้วย (เหมือนผม) ฉะนั้นแล้วคำถามที่เราคนดูควรตอบให้ได้ก่อนก็คือเรารู้สึกอย่างไรเมื่อดูหนังเรื่องนี้จนจบ? และหนังเรื่องนี้มันบอกหรือให้อะไรเราบ้าง???

 

*** มีสปอร์ย ***

 

     ในเรื่องครอบครัวแสนสุขนั้นประกอบไปด้วยคุณพ่อที่เป็นหมอ คุณแม่ที่เป็นแม่บ้านและลูกสาวที่เป็นดั่งไข่ในหิน ส่วนครอบครัวฆาตกรแสนโหดประกอบไปด้วยคุณพ่อฆาตกรแหกคุกสุดโหด, คุณแม่เลี้ยงแอบจิต, คุณน้าโรคจิตรักการฆ่าและลูกชายที่ไม่ค่อยรักดีกับพ่อแม่ (กล่าวง่ายๆคือเป็นคนดีในหมู่คนเลวนั้นเอง)
 
     หากมองมุมใหม่ให้หนังสะท้อนการแบนหนังนั้น หากผู้ร้ายในหนังเปรียบเป็นตัวแทนของหนัง(หรือสื่อต่างๆ)ที่มีความรุนแรงเต็มไปด้วยการฆ่า, ข่มขืนและทรมานแถมแฝงไว้ด้วยความเลือดเย็นเกินปกติ อีกด้านหนึ่งเราก็จะได้ครอบครัวแสนอบอุ่นสุดเพอเฟกค์ที่ก็เป็นตัวแทนอันดีของชนชั้นปกครองที่มีอำนาจอยู่ในมือซึ่งในที่นี้ก็คือกองเซ็นเซอร์นั้นแล ส่วนสุดท้ายคือลูกๆของครอบครัวทั้งสองที่ก็คือตัวแทนประชาชนคนดูอย่างเราๆทั้งหลาย คนหนึ่งอยู่ในโลกอโคจรที่เต็มไปด้วยความรุนแรง (ลูกชายฆาตกร) อีกคนอยู่ในโลกที่โดนปิดหูปิดตาเพราะความรักดั่งไข่ในหิน (ลูกสาวของครอบครัวอบอุ่น)

 

 

     แล้วเกิดอะไรขึ้น? เมื่อหนังดำเนินไปเราได้พบว่า:

 

     1. ลูกชายฆาตกรนั้นเกลียดความรุนแรง เกลียดการฆ่าและไม่ยอมที่จะข่มขืนผู้อื่น: หรือนี่คือสิ่งที่หนังอยากบอกว่าปัญหาต่างๆในสังคมนั้นมันเป็นเรื่องของปัจเจคบุคคล หาใช้การเหมารวมไม่?

 

     2. ฆาตกรถูกฆ่าตายหมดโดยครอบครัวแสนอบอุ่น: นี่มันวิพากษ์การแบนหนังบ้านเราเลยนี่หว่า! กองเซ็นเซอร์แบนหนังให้เหี้ยน (หนังเน้นย้ำเข้าไปอีกโดยให้ตอนก่อนจบหนังเป็นฉากการฆ่าของครอบครัวอบอุ่นที่เลือดเย็นอย่างที่สุด)

 

     3. ลูกสาวของครอบครัวอบอุ่นโดนข่มขืนและเกือบตาย!: มันเป็นการตอกหน้าอย่างเจ็บแสบว่า ถ้าขืนยังปิดหูปิดตาประชาชนต่อไป ฟูมฟักโดยไม่ให้ประชากรได้เรียนรู้อะไรซะบ้าง ระวังประชาชนจะเดินไม่เป็น!

 

     4. หากมองอีกแง่ว่าที่ครอบครัวอบอุ่นลุกขึ้นมาแก้แค้นก็เพราะฆาตกรมาปู้ยี่ปู้ยำลูกสาว: หนังก็ยังไม่ได้ค้านอย่างสุดขั้วว่าภาพยนต์จะไม่มีผลร้ายต่อประชาชน แต่โปรดกลับไปดูที่ข้อหนึ่งใหม่อีกครั้งและตระหนักให้มากกับข้อสาม! 
 
     5. พ่อของลูกชายที่เป็นฆาตกรพยายามฆ่าลูกชายตัวเอง! แต่ไม่ตาย!!!: นี่เป็นความซะใจส่วนตัวที่หนังแสดงให้เห็นเลยว่าถึงจะต้องพบกับความเลวร้ายมากมายแค่ไหนก็ตาม แต่ความดีฆ่าไม่ตายโว้ย!!!
 
 
 
     จากหนังที่ดูเหมือนธรรมดาๆเรื่องหนึ่งกลับกลายเป็นหนังที่วิพากษ์การแบนหนังของกองเซ็นเซอร์บ้านเราได้อย่างเฉียบคม ซึ่งผมอยากเป็นอย่างยิ่งให้กองเซ็นเซอร์ได้ดูหนังเรื่องนี้อย่างตั้งใจ เผื่อบางทีอาจจะได้เห็นสิ่งที่หนังมันอยากบอกจะได้เข้าใจกันซักที

 

 

     แล้วท่านละมีความรู้สึกอย่างไรเมื่อดูหนังเรื่องนี้จบลง? ออกไปฆ่าคน หรือ นอนหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่น?

 

5/5

 

     ปล1. จริงๆหนังมันอาจไม่ได้ต้องการสื่อถึงเรื่องนี้เลยก็ได้ มันอาจเป็นแค่การตีความของผมไปต่างๆนาๆ


     ปล2. ยังคงงงงวยกับผลรางวัล Golden Globe คาเมรอนได้ผู้กำกับไม่ว่ากันเพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นเหตุผลทางธุรกิจของฮอลลี่วู๊ด แต่กับหนังอวตารนี่สิ? จริงๆไม่ได้เกลียดหนังนะ แต่รู้สึกว่ามันเกินไปหน่อยที่ได้หนังยอดเยี่ยม

 

Comment

Comment: