ไทยจัง (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์, ชาคร ไชยปรีชา/ 195 หน้า/ สำนักพิมพ์มหาสมุด/ 2552)

      หนังสือรวมเรื่องชวนหัวของชนชาวไทยที่อยู่รอบตัวเราๆทั้งหลาย โดยการมองมุมจริงแบบกวนๆแกมหยอกพอน่ารักของสองนักทำหนังสั้นและนักสังเกตุการณ์สภาวะรอบตัวนาม "เต๋อ(คลีโอ)" และ "(เป็น)ก่อ" อันที่จริงผมรู้จักพวกเขาทั้งสองผ่านทางหนังสั้นมากกว่า (แม้จะได้ดูน้อยเต็มทีในระยะหลังๆนี้ ) แต่อย่างน้อยๆในตอนนี้ผมก็พอรู้แล้วว่าพวกเขามีสายตาที่ไม่ธรรมดา ในเรื่องที่คนทั่้วไปมองข้ามไปแต่พวกเขากลับเอามาคิดต่อยอดจนได้เป็นหนังสือเล่มนี้ออกมา อ่านไปก็ขำไปเพราะมันช่างจริงและน่ารักแบบที่ประเทศอื่นก็ไม่สามารถเลียนแบบเราได้เพราะมันช่าง "ไทยจังเลย" (ปล. ถ้ามี ไทยจัง2 อยากแนะนำเรื่องการทิ้งก้นบุหรี่ของชนชาวไทยหน่อยเพราะไม่ทราบว่าพวกเขามีสิทธิ์อะไรที่จะทิ้งที่ไหนก็ทิ้งได้โดยไม่มีความรู้สึกผิดใดๆเลย )

 

ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ (อนุสรณ์ ติปยานนท์/ 120 หน้า/ สำนักพิมพ์เคหวัตถุ/ 2547)

      ผมเหมือนโดนหลอกจากชื่อหนังสือที่โรแมนติกซะและจากการเชียร์ของคนรู้จักให้อ่านหนังสือเล่มนี้ จนผมคิดไปว่านี่อาจเป็นหนังสือที่มีเรื่องราวรักโรแมนติกจี๊ดๆเล่มหนึ่งที่ไม่ธรรมดา ซึ่งมันก็ไม่ธรรมดาจริงๆเพียงแต่มันเจือความโรแมนติกอยู่บางๆเท่านั้นเอง เพราะนอกนั้นมันมีแต่ความเปลียวเหงา, เศร้าสร้อยและเจ็บปวด จริงอยู่ที่ผมอาจไม่ถูกกระแทกอย่างจังในทันทีเมื่ออ่านจนจบเหมือนตอนอ่าน 81/2 ริคเตอร์ แต่ผมรู้สึกว่าความหมายและความรู้สึกต่อหนังสือเล่มนี้มันค่อยๆซึมและบาดลึกเข้าไปในใจเมื่อมานั่งคิดว่าหากรักที่เกิดขึ้นเกิดพลาดจากกันไปอย่างกระทันหันแล้วเราจะเป็นอย่างไร?

       สิ่งที่ชอบอีกอย่างคือการเชื่อมโยงตัวละครจากหนังสือแต่ละเล่มของอาจารย์ต้นที่ให้ความรู้สึกอย่างกับดูหนังหว่องกาไว (หรือหนังสือของมูราคามิ) / อ่านจบอยากให้ได้อ่านบทสัมภาษณ์ ที่นี่ ต่อครับที่มีการพูดถึงหนังสือเล่มนี้ด้วยและอาจจะทำให้จี๊ดเข้าไปอีก

 

Bangkok Stories (ศศิ วีระเศรษฐกุล, องอาจ ชัยชาญชีพ, สุทธิชาติ ศราภัยวานิช, ทรงวิทย์ สี่กิติกุล, ต้องการ, The Duang, Summer/ 156 หน้า/ สำนักพิมพ์ Full Stop/ 2552)

      ขอขอบคุณพี่โ้ตโต้สำหรับหนังสือเล่มนี่ที่ผมโชคดีได้มา (ไหว้งามๆหนึ่งทีครับ ) หนังสือภาพวาดจาก 7 นักวาดการ์ตูน เรื่องราวของกรุงเทพในมุมของของแต่ละท่านๆละ 20 หน้า(ขั้นต่ำ) ก่อนอื่นเลยต้องขอชมรูปเ้ล่มครับ สวย ดูดี colorful มากมาย

- GOing to: เรื่องของชายบ้านนาเข้ามาผจญในเมือง ชอบที่ตอนจบแบบปลายเปิด ถ้าอารมณ์ดีมันก็สวยงาม แต่้ถ้าอารมณ์บูดมันก็หมองหม่น

- Bangkok PArAdise: เรื่องดาร์คไซร์เมื่อหัวเต้าหูต้องผจญในเืมืองอันเลวร้าย ชอบตอนนี้เป็นพิเศษเพราะการปรากฏตัวของเขาคนนั้นกับน้ำแดงใส่ถุงรัดยาง...(เมื่อไหร่จะออกเล่ม 5 ครับ )

- BangkOK: ชอบวิธีการเล่าเรื่อง เรียบง่ายแต่เข้าถึงคนเมืองอย่างเราแถบจบจี๊ดๆ

- City of C/V ulture: เป็นตอนที่ชอบที่สุด ทั้งการเล่าเรื่องและสารที่สื่อ ที่กัดคนกรุงได้แสบและแรงชะมัด

- BKK love U: ผมรู้สึกหวานเลี่ยนมากๆเลยครับ

- VersUs: ชอบรายเส้นและอารมณ์ของภาพในตอนนี้ครับ ดูแมนๆดีถึงแม้จะเดาเรื่องได้อยู่

- ผมเกิดที่เยาวราช เธออยู่กับน้าที่ปากคลองฯ: เป็นตอนที่เหมาะมากกับที่ให้เป็นตอนสุดท้าย เพราะรวบรวมสถานที่เด่นๆสำคัญของกรุงเทพไว้ครบครันในบรรยากาศโรแมนติก โดยเฉพาะการเอาสิ่งเด่นๆของแต่ละย่านมาทำเป็นตัวละคร น่าัรักมากๆ

 

 

เย็บ ปาก ถาก ร้าย (มาร์จอเน่ ซาทราพิ เขียน/ ณัฐพัดชา แปล/ 136 หน้า/ สำนักพิมพ์กำมะหยี่/ 2552)

      หลังจากที่ได้อ่าน Persepolis ทั้งสองเล่มแล้วก็ติดใจ ชอบในความไร้สาระของโลกและการพยายามดิ้นให้หลุดออกจากโลกบวมๆใบนี้ ดูเผินๆก็ขำดีแต่ลึกๆแล้วกลับให้ความรู้สึกหดหู่ในโลกที่ผู้ชายเป็นใหญ่และผู้หญิงเป็นเพียงสิ่งไร้ตัวตนทั้งๆที่ปัญหาต่างๆนั้นเพศชายเป็นผู้สร้างขึ้นมาทั้งสิ้น อันเป็นหนังสือที่วิภากษ์โลกใบนี้และเพศสภาพได้อย่างคมคายและมีรสชาติ

    ในเล่มนี้จะเน้นไปที่การสนทนาหลังอาหารของเหล่าผู้หญิงหลากหลายบุคลิก แน่นอนกว่าการสนทนาของหญิงล้วนๆที่ผ่านอะไรมามากมายนั้นต้องมีอะไรฮาร์ตคอร์เป็นธรรมดาซึ่งเหยื่อชั้นดีก็คือบรรดาผู้ชายทั้งหลายนั้นแล (ที่ทำให้ผู้ชายอย่างผมขำไม่ออกเพราะมันคือเรื่องจริงของเพศชายในโลกนี้ หากคิดแบบไม่มีอคติ) แต่ในขณะเดียวกันหนังสือก็ยังแสดงความคิดอ่านของเพศหญิงอย่างตรงไปตรงมา (ซึ่งบางเรื่องก็ไม่ได้ต่างจากเพศชายเลย) ทั้งนี้ทั้งนั้นกรอบใบใหญ่ที่บรรจุเรื่องราวความคิดทั้งหมดไว้ก็อยู่ในวังวนของฟันเฝืองแห่งโลกยุคทุนนิยมอันกว้างใหญ่ไพศาลใบนี้ที่คงเปลี่ยนแปลงได้ยากแล้ว เว้นเสียแต่ปรับตัวและอยู่กับมันให้ได้...แค่นั้น

      น่าคิดว่าหากผู้ชายที่มีเชื่อมั่นว่าคือเพศปกครอง, แข็งแกร่งและครองโลก มาอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะรู้สึกอย่างไรหากไม่เปิดใจให้กว้าง???

 

     ปล. น่าจะเป็ฯเอ็นทรี่ทิ้งยาวครับ ของที่เขียนเก็บไว้หมดพอดี  

 

Comment

Comment:

Tweet

+ แปลกง่ะ! พอกลับมาดูจากคอมพ์ที่ออฟฟิศ พี่ก็ไม่เห็นหัวบล็อก เซียม-ซี ชูชู อีกแล้ว (เหมือนวันศุกร์เลย ถึงว่าไม่เข้าใจว่าน้องนาโนว่าอะไร) แต่เมื่อวานเปิดจากโน้ตบุ๊คที่บ้านมองเห็นอยู่นะครับ sad smile

+ ถ่ายที่ไหนเอ่ย? แลดูเขียวสบายตาดีนะขอรับ อิๆ big smile

#19 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2010-01-11 11:10

ไทยจังน่าสนใจ

ชอบรูปหัวบล็อกมากครับ เข้าใจทำ

#18 By aloneagain (124.120.25.180) on 2010-01-10 15:28

วันนี้คงต้องแวะร้านหนังสือซํกหน่อยแล้ว
ขอบคุณค่ะ big smile

#17 By PunPrai on 2010-01-09 11:14

น่าอ่านหลายเล่ม และไปยืนอ่านฟรีมาหลายเล่มเช่นกัน big smile

#16 By Navagan (119.42.124.71) on 2010-01-09 01:58

ส่วนตัวผมชอบ ลอนดอนฯ มากกว่า 81/2 ริคเตอร์ รู้สึกกลิ่นอายของมูราคามิยังไม่มากเท่าไหร่ กำลังดี ดูสมจริงกว่า

ปล. ใช้กล้องฟิล์มอยู่เหรอครับ ยินดีจริง ผมก็ยังใช้อยู่ สมัยนี้หาคนถ่ายภาพจากกล้องฟิล์มยากมาก

#15 By นกไซเบอร์ on 2010-01-08 16:49

ผิดหวังกับไทยจัง
รู้สึกเหมือนจะดี
แต่ขาดอะไรไม่รู้

#14 By pickmegadance on 2010-01-08 14:51

+ โห! น้องเซียมพลังไม่มีตกจริงๆ นะครับ แค่ 7 วันแรกของปีผ่านไป (นับถึงเมื่อวาน) ปล่อยหน้าใหม่ออกมาได้ตั้ง 6 หน้าแล้ว (ของพี่ แค่หน้าเดียวยังแทบแย่) sad smile

+ พี่ติดตามอ่านบทความของน้องเต๋อ กับน้องเปนก่อ ตามนิตยสารต่างๆ อยู่เนืองๆ เหมือนกันครับ พวกเค้ามี "มุมมอง" ที่ดีเนอะ อ่านแล้วได้ไอเดียดี confused smile

+ เย็บถากฯ น่าสนใจ ได้ยินคำชื่นชมมาเหมือนกัน กอร์ปกับพี่ชอบ Persepolis (เวอร์ชันหนัง) ด้วยอ่ะครับ surprised smile

+ พี่ไม่ได้อ่านหนังสือทำนองเหล่านี้มานานหนักหนาแล้ว ขอบคุณที่นำมาแนะนำกันนะครับ น่าสนใจทั้งนั้นเลย surprised smile

+ แต่พี่เชื่อว่าน่าจะไม่นานหรอกครับ เด๋วน้องเซียมก็อดคันไม้คันมือ คีย์หน้าใหม่ไม่ได้อยู่ดี เอิ๊กๆ (ไม่เหมือนพี่ กว่าจะผลิตหน้านึงเสร็จ ต้องรอให้ถึงเดดไลน์ที่ตั้งใจไว้ทุกทีไป sad smile )

#13 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2010-01-08 11:35

กำลังจะตอบ แต่เห้ยหัวบล็อกแล้ว ชะงักเลย 555

ใจตรงกันมาก ผมเพิ่งอ่าน ลอนดอน จบเมื่อคืนเอง ร้องไห้หลายตลบ

#12 By merveillesxx (58.11.73.251) on 2010-01-08 00:00

เห็นด้วยว่าหัวบล็อกนี่ลิลลี่ชูชูมาก ๆ
เห็นแวบแรกแล้วนึกถึงเลย
ฮ่าๆๆ

#11 By มโนภาพ on 2010-01-07 23:15

เย็บ ปาก ถาก ร้าย หนังสือเล่มเดียวที่ผมอ่านจบในปี 2009 อยู่ในนี้สะด้วย (อนาถมาก 1 ปีเทียบกับ 2 เดือน...) เล่มนี้สนุกมากครับ อ่านรวดเดียวจบโดยไม่ต้องวางเลย Persepolis เล่มแรกผมก็แอบยืบอ่านที่ร้านหนังสือจนจบเลย

อยากอ่าน ไทยจัง จังเลย น่าจะเป็นอีกเล่มที่อ่านพรืดเดียวจบได้อย่างสบายใจ Bangkok Stories ก็น่าสนใจ ผมว่ามันเหมาะกับการอ่านเวลาเดินทางออกจากกทม.มากๆ

อย่าทิ้งยาวเลยครับ แค่นี้เวลาเพื่อนบล็อคอัพทีต้องปิดซอยฉลองกันแล้ว 55

#10 By BdMd (115.87.65.137) on 2010-01-07 23:14

เคยอ่านแค่ไทยจังกับลอนดอนฯ
ไว้จะไปหาผลงานของมาร์จอเน่มาอ่านมั่งครับ .. big smile

#9 By anonymouz on 2010-01-07 22:05

ยังไม่เคยอ่านเลย....เอ..ช่วงนี้ไม่ได้อ่านหนังสือเลยแฮะ sad smile ป.ล.ลอนดอนฯเท่มาก อ่านตอนนั้นกรี้ดสลบ

#8 By omega on 2010-01-07 21:22

ู^
^
555 เห็นใจครับ แต่ที่เราเจอส่วนใหญ่มันแบบไม่ดูถังเถิงอะไรเลย ดูดเสร็จดีดปั๊บเลยอะ ประมาณนั้น

คนไม่ดูดมันเลยไม่รู้ถึงปัญหา sad smile ขออภัย 555+

ปล. เออว่ะ! หัวบล็อคชูๆจริงๆ เพิ่งสังเกต (เป็นรูปที่สร้างภาพมากๆ 555)

#7 By Seam - C on 2010-01-07 19:28

ป.ล. รูปเฮดบล็อก เซียมซี-ชูชู มาก

#6 By nanoguy on 2010-01-07 19:14

ขอตอบคำถามท้ายคอมเมนต์ ไทยจัง ก็มันไม่มีที่ทิ้งง่ะคุณ! 555+

คือเราก็ไม่ได้เป็นคนดีอ่ะนะ มักง่ายเอาเรื่องอยู่ แต่ที่เขี่ยหรือดับบุหรี่สาธารณะอ่ะ มีน้อยค่อดด ไอ้ครั้นจะทิ้งในถังขยะ จะให้ดับที่ไหนเล่าเออ ดับกะขอบถังขยะ บางห้างก็หวงกลัวถังขยะสกปรก! - เราก็งงเหมือนกันว่า เออ คือคุณไม่มีที่เขี่ยบุหรี่ให้ ไม่ได้แปลว่าคนเขาจะไม่สูบกันนะ (แต่สำหรับพวกยืนดูดข้างถัง/ที่เขี่ย แล้วโยนลงพื้น อันนี้เลว 55+)

#5 By nanoguy on 2010-01-07 19:13

ไทยจัง ยังไม่ได้อ่านเลยอ่ะ
ปล. ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ชั้นเพิ่งอ่านหนังสือที่ไม่ใช่นครปฐม จบไปเล่มเดียวเอง sad smile

ปล.2 ชั้นชอบเย็บปากถากร้าย เคยเขียนแนะนำลง Let's ไปแล้ว

#4 By NiDA MAilO on 2010-01-07 18:34

ยังไม่ได้อ่านตั้ง 3 เล่มครับ ฮ่าๆ
ฮิฮิ ขอบคุณๆๆ
ที่ชอบบางกอกสตอรี่ส์City of C/V ulture
ตอนนี้คิดยากเขียนยากซะด้วยcry cry cry

#2 By wesong on 2010-01-07 17:04

เชื่อเถอะว่าฉันยังไม่ได้อ่านสักเล่ม เนื่องจาก
1. อ่านหนังสือทำงาน+สอบ
2. ติดนิย๊าย นิยาย พวกรักโรแมนติกconfused smile