กันยา&ตุลา'09 กับหนังสือที่ได้อ่าน
posted on 02 Nov 2009 08:34 by seamsee in Books
เนื่องด้วยเดือนที่ผ่านมาดูหนังไปแค่ 2 เรื่องแต่อ่านหนังสือเยอะขึ้น เลยว่าจะเอาหนังที่ดูเดือนที่แล้วมารวมกับเดือนนี้ เอ็นทรี่นี้ก็เลยคิดว่าอับหนังสือที่อ่านดีกว่า
มกรา'52 (ตุล ไวฑูรเกียรติ/ 84 หน้า/ สำนักพิมพ์ชายขอบ/ 2552) - 4/5
วงอพาตเม้นต์คุณป้าจะไม่มีเสนห์เลยหากขาดเนื้อเพลงที่ตรง, แรงและแฝงแง่คิดซ้อนบนปรัชญา โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังเนื้อเพลงเจ๋งๆเหล่านี้และเป็นมันสมองสำคัญของวงก็คือกวีเพศชายที่เรียกขานอาชีพตัวเองอย่างภูมิใจว่า Rock Star "ตุล ไทฑูรเกียรติ"
มกรา'52 คือหนังสือที่บันทึกตัวอักษรร้อยเรียงเป็นบทกวีระหว่างที่ตุลเดินทางในอเมริกาผ่านทั้งเมืองซานฟรานซิสโก,นิวออร์ลีนและจบท้ายที่มหานครนิวยอร์คในยุคที่อเมริกาเืชื่อมั่นและคาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงผ่านผู้นำผิวสีคนแรก
ผมชอบการเปรียบเปรยแห่งยุคสมัยของผุ้เขียน ทั้งการนำเอาประวัติศาสตร์มาวิภากษ์ปัจจุบัน การเสียดสีเดียดดันลัทธิบริโภคนิยม (ที่คงเป็นจุดเด่นของผู้เขียนทั้งในหนังสือและบทเพลง) รวมไปถึงสภาพสังคมที่ดูดีมีความหวังในฉาบหน้า แต่เบื้องลึกเบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายและก่อให้เกิดการตั้งคำถาม
เป็นหนังสือเล่มบางๆ แต่ผมกลับใช้เวลาในแต่ละหน้านานกว่าปกติ รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ทำให้คิดเยอะครับ
8 1/2 ริกเตอร์ การตามหาหัวใจที่สาบสูญ (อนุสรณ์ ติปยานนท์/ 122 หน้า/ สำนักพิมพ์เคหวัตถุ/ 2551) - 5++/5
คลิ๊กที่รูป หรือ 8 1/2 ริกเตอร์ การตามหาหัวใจที่สาบสูญ: ผมเพิ่งจะโดนซัดสาดด้วยแรงสะเทือน!!! เพื่ออ่านบทความ
ชุดประดาน้ำกับผีเสื้อ (ฌ๊อง-โดมิินิก โบบี้ เขียน/ วัลยา วิวัฒน์ศร แปล/ 224 หน้า/ สำนักพิมพ์ผีเสื้อ/ 2544) -3/5
ได้ดูเวอร์ชั่นหนังก่อนที่จะได้มาอ่านหนังสือครับ แ้ล้วก็พบว่าเวอร์ชั่นหนังสืออ่านยากและไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะตัวเรื่องที่เป็นเรื่องเล่าสั้นเป็นตอนๆหรือเพราะการแปลให้ออกมาเป็นภาษาไทยกันแน่ที่ทำให้การละเมียดในเรื่องและอารมณ์นั้นไม่โดนใจเท่าตอนดูเวอร์ชั่นหนัง (หรือเพราะตัวผมเองนี่แหละที่ไม่เวิร์คกับมันเอง?
) แต่ก็ยังคงทึ่งในจุดกำิเนิดของหนังสือเล่มนี้อยู่ดีครับ ผมว่ามันเป็นอะไรที่อัศจรรย์มากแถมด้วยอารมณ์ขันของตัวโบบี้เองที่มีอยู่มากมายในหลายๆตอน ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งก็ทำให้เราขำได้แต่เมื่อได้มาคิดตริตรองแล้วเราจึงรู้ว่ามันเป็นตลกที่ขำไม่ออก!!!...แม้หลายตอนจะเหมือนเป็นบันทึกทั่วไปมากกว่า แต่เมื่อมาคิดดูว่าผู้เขียนต้องประสบพบเจออะไรมาบ้างแล้ว ผมก็อดไม่ได้ที่มักจะรู้สึกร่วมไปกับมัน...
เราหลงลืมอะไรบางอย่าง (วัชระ สัจจะสารสิน/ 138 หน้า/ สำนักพิมพ์นาคร/2551) - 4.5/5
รวมเรื่องสั้นรางวัลซีไรซ์ปี 51 ข้อดีของการอ่านงานซีไรซ์สำหรับผมคือเราสามารถแน่ใจได้เลยว่ามันดีเนื่องจากมีการสกรีนมาแล้ว (ถ้าจะตรงข้ามก็คงไม่กี่เปอร์เ็ซ็น) และสำหรับเล่มนี้ก็เช่นกัน ผมชอบที่ผู้เขียนแสดงความเปลื่ยนแปลงของยุคสมัยได้อย่างชัดแจ้งในความรู้สึก แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของอดีตที่มีผลต่อปัจจุบัน โดยที่ทุกเรื่องจะไม่ฟันธงแยกแยะขาวกับดำออกจากกันอย่างชัดเจนตามสภาพจริงของสังคมและเรื่องสั้นทุกเืรื่องจะมีตอนจบแบบปลายเปิดที่ให้เราได้คิดได้จินตนาการต่อได้อีกหลากหลายทางตามแต่วัยและวุฒิภาวะของผู้อ่านอันเป็นส่วนที่ผมคิดว่าดีที่สุดของหนังสือเล่มนี้ครับ...พออ่านจบเล่ม ประโยคที่เป็นชื่อหนังสือก็ลอยเข้ามาทันทีว่า เราหลงลืม "อะไร" บางอย่างอยู่หรือเปล่า???
หนังสือเล่มบางที่อ่านบนเครื่องบินขาไป อาจเพราะ "8 1/2 ริกเตอร์ การตามหาหัวใจที่สาบสูญ" ของอาจารย์ต้นสะเทือนผมได้อย่างหนักหน่วงไปก่อนแล้ว จึงทำให้ผมเกิดความคาดหวังมากเกินไปกับหนังสือเล่มบางนี้ อาจเพราะมันเป็นเรื่องที่สั้นเกินไปทำให้ผมรู้สึกว่ามันไปได้ไม่สุดทางเมื่ออ่านจบเล่ม แต่ยอมรับว่ามันยังคงมีเสน่ห์บางๆอบอวลอยู่ในเรื่องราวที่รู้สึกได้ แต่อย่างไรก็ตามหนังสือเ่ล่มนี้ก็อยากแนะนำครับ เล่มบางอ่านง่าย แม้ไม่สุดที่ก็ไม่ได้แย่...เมื่อไหร่ผมจะได้รู้ความลับจากรอยจูบในลอนดอนนะ???
สุนัขรำพึง (องอาจ ชัยชาญชีพ/ 205 หน้่า/สำนักพิมพ์เป็ดเต่าควาย/ 2552) - 3.5/5
ตั้งแต่หนังสือการ์ตูนชุด "เมื่อหัวข้าพเจ้ากลายเป็นแตงโม" ที่เพื่อนซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเนื่องจากเมื่อตอนเรียนมัธยมปลายผมมักถูกเพื่อนๆเรียกว่า "โม" เสมอเพราะหัวที่โตเกินพอดีและเรื่องราวของสมเด็จแตงโมในวิชาภาษาไทยอันเป็นสองสิ่งที่ประจวบเหมาะกันพอดีทำให้ผมได้ชื่อนั้นมาและทำให้ได้อ่านหนังสือชุดนั้น ณ ถึงตอนนี้ผมก็ติดตามงานของผู้เขียนท่านนี้แทบทุกเ่ล่ม (ยังไม่ได้อ่านความน่าจะแมวเล่มเดียว) นี่เป็นหนังสือที่เกิดจากการตั้งคำถามในหลายๆสิ่งที่แวดล้อมผู้เขียนอันทำให้เราได้คิด, สงสัยและรวมไปถึงการร่วมตั้งคำถามต่อๆไปกับเขา บางตอนเป็นบทความแห่งความคิดความสงสัย บางตอนเป็นเรื่องแต่งที่แฝงการตั้งคำถาม บางตอนเป็นกวีสะท้อนสิ่งเล็กๆแต่่ส่งผลยิ่งใหญ่และทุกๆหน้าสีดำที่ขั้นระหว่างแต่ละตอนนั้นสะเืทือนใจและสมองของผมอย่างแรง แม้ว่าหลายๆตอนจะได้อ่านจากบล็อคผู้เขียนแล้วก็ตามแต่การนำมารวมเล่มนี้ก็เป็นสิ่งที่คู่ควรหาซื้อมาอ่านไม่ใช่น้อย (ได้พบผู้เขียนตัวเป็นๆในงานหนังสือ จึงขโมยลายเซ็นมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งผู้เขียนก็ยังทำให้สงสัยด้วยประโยคว่า ' ขอให้พอ "คำถาม" 'ซึ่งถ้าไม่อ่านก็คงไม่รู้ว่าทำไม?)



- วันพุธ Movie day ตั๋วลดราคา (แทบ) ทุกค่ายนะเออ)
#1 By grappa (58.9.184.5) on 2009-11-02 08:54