*** หนังสือและการ์ตูนที่ได้อ่านในช่วงเดือนที่ผ่านมา  ***

 

หนังสือ

 

ร้านเหล้ามีนิยาย (ชูเกียรติ ฉาไธสง, 2550, 255 หน้า) - 4/5

      ยอมรับแบบไม่อายครับว่าตัวเองเป็นคนอ่านหนังสือน้อย ไม่เยอะเท่าดูหนัง ตกเฉลี่ยแค่ 2-3 เดือน/เล่มเท่านั้นเอง(เพราะเป็นคนอ่านหนังสือช้ามาก ) แต่เมื่อได้อ่านแล้วก็มักรู้สึกดีหากว่าตัวเองสามารถเชื่อมโยงกับหนังสือเล่มนั้นๆได้

     นี่ก็เป็นอีกเล่มหนึ่งที่ส่วนตัวรู้สึกเชื่อมโยงกับมันเป็นพิเศษทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนดื่มด่ำอะไรกับเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ทั้งหลาย (จะดูกระแดะไหมที่ผมบอกว่าผมแพ้แอลกอฮอร์ครับ ลิมิตสูงสุดแค่ครึึ่งแก้วกับผื่นขึ้นเต็มตัว ) มันเป็นหนังสือกึ่งสารคดีเรื่องเล่าของผู้เขียนที่ได้ไปมีส่วนร่วมกับร้านเหล้าต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต (หรือเอาตัวเองผ่านเข้าไปเอง) อันกลายเป็นที่มาและจุดกำเนิดของเรื่องเล่าต่างๆที่บทสรุปของหลายๆตอนแทบจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับความรื่มรมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในร้านรวงจำพวกนี้ในตอนเริ่มต้น เท่านั้นยังไม่พอ หนังสือยังพาเราไปสำรวจปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ทั้งแรงงานชาวเขา, การเมือง, สังคม, สภาพเศรษฐกิจ, สาวพัทยารวมไปถึงเรื่องเล็กๆอย่างครอบครัวที่ทำให้ในบางตอนผมรู้สึกสะอึก บ้างน้ำตาไหลและบ้างหดหู่ อาจเป็นไปได้ว่าผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงความไม่แน่นอนของโลกรวมไปถึงการแปลเปลี่ยนของการเวลาและอิทธิพลของเหล้ายา

     อีกเรื่องหนึ่งคือผมชอบการเขียนของผู้เขียนท่านนี้ครับ เป็นการเขียนที่สละสลวยและสร้างมโนภาพได้ดีซึ่งมันลิ้งค์กับผมมากครับ จริงๆการเขียนบรรยายแบบนี้เป็นเรื่องปกติที่หนังสือเล่มไหนๆก็มี เพียงแต่ผมรู้สึกว่าเล่มนี้เขาใช้คำง่ายๆมาประกอบกันทำให้เข้าใจและเห็นภาพได้อย่างชัดเจนและไม่ยากเย็นนักเหมือนหนังสือบางเล่ม.....อ่านแล้วก็ได้แต่ปลงและยอมรับครับ

 

จะเป็นผู้คอยรับไว้ ไม่ให้ใครร่วงหล่น (J.D. Salinger เขียน / ปราบดา หยุ่น แปล / 2552 / 304หน้า) -3/5

     ความโด่งดังของ The Catcher in the Rye เล่มนี้ที่ผมทราบก็มีเพียงแต่เป็นหนังสือที่ Mark David Chapman อ้างว่าเป็นแรงบันดาลใจในการฆาตกรรม John Lennon แต่เมื่ออ่านแล้วก็สงสัยว่าอะไรในหนังสือฟะที่เป็นแรงบันดาลใจ? หรือว่าเพราะตัวละครนำในเรื่องเป็นคนที่แปลกแยก มองโลกในแง่ร้าย ไร้ฝันไร้แ่ก่นของชีวิต? ที่อาจทำให้คนประเภทเดียวกันเข้าใจกันได้???

   ผมสนุกกับความคิดอ่านของตัวละครในช่วงเริ่มแรกครับ ผมรู้สึกว่าัมันกวนตีนดีเพราะเขา(ตัวละครหลักในหนังสือ)ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกมวล ชอบอวดฉลาดทำเหมือนรู้ไปซะทุกเรื่องและหงุดหงิดง่ายเหลือเิกินทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วคนอ่านก็รู้ๆแล้วว่ามันเป็นคนละเรื่องกับความคิดของตัวละครตัวนี้เลย แต่ก็มีหลายๆครั้งที่ดูเหมือนว่าเขาจะโอนอ่อนเข้าทางคนอ่านบ้าง แต่สุดท้ายเขาก็มักจะพลิกสถานณ์กลับตาลปัตรอยู่เสมอ จนอาจทำให้คนอ่านอย่างเราๆหงุดหงิดไปซะเอง

      เพียงแต่เมื่อผ่านครึ่งเล่มมาผมกลับรู้สึกอยากอ่านให้มันจบๆไปเพราะมันเริ่มเดิมๆ ไม่แปลกใหม่และเิกิดความน่ารำคาญขึ้นมาแทน ความสนุกต่างๆก็เริ่มจางไป ยกเว้นเพียงแต่ช่วงท้ายเล่มที่เรื่องราวกลับมาน่าสนใจและเป็นเหมือนสรุปกลายๆของเรื่อง ประกอบกับได้พบอีกด้านหนึ่งของตัวละครที่ทำให้เขาดูมีมิติจับต้องได้และไม่ดูเลวร้ายเิกินไปนัก

     ผมค่อนข้างหงุดหงิดกับการแปลของคุณปราบดาอยู่นิดๆครับ เหมือนผู้แปลอยากใช้ศัพท์แสลงของวัยรุ่นสมัยใหม่แต่เมื่ออ่านแล้วมันกลับขัดใจอย่างประหลาด แรกๆก็เลยอาจต้องปรับตัวเยอะหน่อย แต่ซักพักก็ค่อยๆชินกันไป (แต่เมื่อได้ทราบถึงข้อจำักัดต่างๆที่คุณปราบดาต้องเจอก็พอเข้าใจครับ)

     โดยสรุปผมไม่ถึงกับรู้สึกว่านี่เป็นหนังสือที่ตีแผ่ความสับสนของวัยรุ่นที่โดนใจผมนัก แต่ผมหลงเสน่ห์ที่ผู้เขียนเหมือนจับทางคนอ่านได้ทุกกระบวนความคิด เพราะว่าไม่ว่าเราจะคิดจินตนาการอย่างไร ผู้เขียนก็มักจะตามทันและบิดมันซะ!!!

 

 

 การ์ตูน

 

 Monster คนปีศาจ (Naoki Urasawa / 18 เล่ม) - 5/5

     จากประสบการณ์การอ่านการ์ตูนเพียงน้อยนิดของผม ผมขอยอมรับโดยสดุดีเลยครับว่านี่เป็นการ์ตูนที่ดีที่สุดที่ผมเคยอ่านมา มันเป็นการ์ตูนที่เดินบนเส้นเรื่องแห่งความจริงและเล่นกับวังวนด้านมืดที่อยู่รายรอบและในตัวของสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่า "มนุษย์"  แถมมันยังเล่นกับความคลุมเครือของความจริงและความคิดที่เราจะไม่มีทางคาดเดาได้จนจะได้อ่านจบถึงเล่มสุดท้าย อีกด้านหนึ่งมันยังสร้างความขัดแย้งของโครงเรื่องเข้าไปอีกด้วยการแสดงให้เห็นถึงความดีงามและความมีค่าของชีวิตที่ท้ายที่สุดเราก็อาจไม่สามารถให้ผลสรุปใดๆได้เพราะมนุษย์นั้นมักมีสองด้านเสมอ

     ไม่เพียงเท่านี้การ์ตูนเรื่องนี้ยังอาบไว้ด้วยกระแสการเมืองที่อำนาจมีอิทธิพลเหนือความถูกต้อง(เหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นในเยอรมันทั้งก่อนและหลังกำแพงเบอร์ลินล่มสลาย) ซึ่งไอ้ความถูกต้องในเรื่องแทบจะเป็นสิ่งที่ไร้ค่าไร้ผลไปเลยเว้นเสียแต่เรายังเชื่อมันว่ามันมีอยู่จริง? ดั่งหมอเทมมะที่เชื่อว่ามนุษย์นั้นสวยงามและมีค่าตั้งแต่เกิดมา แต่อีกด้านหนึ่งความเลวร้ายก็สามารถถูก (บรรจง) สร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นมาได้เช่นกัน

       จากผู้เขียนคนเดียวกับ 20th Century Boys (แต่เรื่องนี้มาก่อน) ซึ่งสนุกและดีกว่า 20th ร้อยเท่าโดนใจผมอย่างรุนแรง

Comment

Comment:

Tweet

งานเขียนของนาโอกิ อุราซาว่า ผมอ่านทั้ง 2 เรื่องที่กล่าวมา คือทั้ง Monster และ 20th Century Boys แต่ส่วนตัวผมชอบ 20th มากกว่านะ ผมรู้สึกว่าอ่านแล้วมันอิ่มมากๆ เลยทำให้อ่าน Monster ไปได้แค่ 4-5 เล่นเท่านั้น

#17 By remmurd6 on 2009-09-22 15:37

+ พอดีพี่ไม่ได้เป็นชาว "หนอน" อ่ะครับ เลยรู้สึกห่างไกลจากเนื้อหาหน้านี้ซะเหลือเกิน ไม่รู้จะได้อ่านหนังสือบันเทิงคดีอีกเมื่อไหร่ (ทุกวันนี้ แค่หนังกับนิตยสาร ก็แทบตามดู + อ่านไม่ทันแล้อ่า)

+ เห็นเป็นหน้าเก่า ไม่ใช่หน้าปัจจุบัน เลยจะขอแก้คำผิดของน้องเซียมนิดนุง (เพราะเห็นใช้คำนี้บ่อย) ... ที่ถูกเค้าต้องเขียนว่า "ยอมรับโดยดุษฏี" นะครับ ไม่ใช่ "โดยสดุดี" (แบบว่าความหมายคนละโยชน์กันเลย) แหะๆ sad smile

#16 By บลูยอชท์ (125.25.45.19) on 2009-09-21 22:44

พี่ชอบตอนที่โฮลเด้นไปหาฟีบี้ครับ

#15 By eak early : เอกเช้า on 2009-09-15 23:10

มอนสเตอร์ของเขาแน่มากนะคับ อ่านแ้ววางไม่ลง

#14 By omega on 2009-09-15 09:31

2-3 เล่มต่อเดือน... เอ่อ ผมต่างออกไปนิดหน่อยเองครับ แค่ 2-3 เล่มต่อปี 55+ (ตัดสินแล้วว่าหนังเป็นสื่อที่ตัวเองมีความอดทนกับมันที่สุด)

ตอนนี้ catcher in the rye ก็ยังอยู่ในชั้นหนังสือของผมเลยครับ ส่วนเวอร์ชั่นที่คุณปราบดาแปลนี้ ผมก็คงบอกผ่านแหละครับ เพราะปกติแล้วก็ไม่ได้ปลื้มผลงานของเขาอะไรมากมายอยู่แล้ว

ส่วนการ์ตูนอันข้างล่างก็ไม่ได้อ่านครับ 20th Century Boys ก็ไม่ได้อ่าน (ตกลงแกไม่ได้อ่านอะไรในเอนทรี้นี้เลยใช่ไหม -*-) แต่น้องชายอ่านแน่นอน เดี๋ยวผมไปยืมมันดีฟ่า ^^

#13 By BdMd (124.120.63.219) on 2009-09-15 02:16

มอนสเตอร์มีอนิเมชั่นด้วยนะฮะพี่
รุ้สึกจะหลายแผ่นอยุ

กำลังรอเพื่อนไรท์มาให้ ถ้าดูจบแล้วยังไงจะมาอัพเดทกันอีกทีนะฮะ

:D

#12 By patz'h on 2009-09-15 00:33

monster นี่สุดยอดมากครับ
ตอนอ่านนี่เอามารวดเดียวจบเลย

big smile

#11 By anonymouz on 2009-09-14 23:42

จำได้ว่าเคยดูmonsterครั้งแรกใน UBC
รู้สึกว่านี่มันหนังชัดๆ ไม่ว่าจะเล่าเรื่อง หรือวางภาพ

ตอนนี้ตามPlutoอยู่คับ สนุกโคด นานๆจะออกซะที

#10 By dadadim on 2009-09-14 22:11

ช่วงนี้ห่างๆจากหนังสือไปนาน

ร้านเหล้ามีนิยายน่าอ่านดีนะครับ
big smile big smile big smile

#9 By Annann-chou-chou on 2009-09-14 18:29

wesong

อาจเพราะที่เขาทิ้งปมไว้อย่างนั้นมั๊งครับที่เป็นเสน่ห์ให้ผมติดงอมแงม เพราะมันเปิดโอกาสให้คิด ให้ใส่ ให้ตีความอะไรไปก็ได้ สุดยอดจริงๆ

#8 By Seam - C on 2009-09-14 17:15

เออ พี่เส่งพูดถูกแฮะ

เขาคงเป็นนักผูกเรื่องแน่ๆ
Naoki Urasawa เป็นยอดนักเล่าเรื่อง
แต่ไม่ค่อยเคลียร์ปมที่ผูกไว้sad smile

#6 By wesong on 2009-09-14 16:47

หนังสือยังไม่อ่านสักเล่ม 20th เปิดเรื่องดี ชอบ แต่ตอนจบก็นะ

ส่วนการ์ตูน ตอนนี้กำลังคลั่ง Liar Game กดดันดี เพิ่งจะได้อ่าน เห็นเค้าว่าหนังสนุก จะไปหาโหลด เอ้ย! ซื้ออยู่ค่ะ confused smile
ู^
^
^
กำลังหามาอ่านอยู่ กลัวร้านเช่าแถวบ้านไม่มีจริงๆ

#4 By Seam - C on 2009-09-14 15:24

20th มันจบแบบแถๆไปหน่อยครับ เหมือนแกจบไม่ลงแล้วขี้เกียจเขียนเต็มที เลยออกมาแปร่งๆไปนิดนึง ส่วนตัวตอนนี้ชอบ Pluto มากกว่า Monster นิดหน่อย

#3 By nanoguy on 2009-09-14 15:21

"จะเป็นผู้คอยรับไว้ ไม่ให้ใครร่วงหล่น" น่าอ่านอ่ะครับ confused smile

#2 By mcmurphy (125.24.43.168) on 2009-09-14 12:18

avatar หน้าเมืองน้องด้อย http://coffee-m.exteen/com เลยconfused smile

#1 By ArchmaniaC on 2009-09-14 10:26