กรกฏา'09 กับหนังที่ได้ดู (เดือนนี้แถม 1 ซีรี่ย์)
posted on 03 Aug 2009 11:35 by seamsee in Movies
01/07/09 (AVI) - Towelhead (Alan Ball, USA, 2008) - 5/5
คลิ๊กที่รูปหรือ ก้าวพ้นวัยด้วยเพศ, เชื้อชาติ, ศาสนาและสีผิว เพื่ออ่านบทความ..แรงในเรื่องราว แต่สะท้อนโลกอย่างถึงแก่น แนะนำครับ
08/07/09 (AVI) - Summer Palace (Ye Lou, China, 2006) - 5/5
ส่วนตัวผมชอบหนังจีนแบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วครับ (ที่เขาเรียกว่าร่วมสมัยหรือเปล่า?) ทั้ง Shanghai Dream หรือ Lost in Beijing ชอบสิ่งที่หนังสื่อออกมาจากการเปลี่ยนยุคสมัยอย่างก้าวกระโดดในประเทศจีน หนังว่าด้วยการก้าวพ้นวัยในความรักของนักศึกษาหญิงคนหนึ่งในยุคสมัยแห่งการเรียกร้องความถูกต้อง, ความเท่าเทียมเสมอภาครวมไปถึงการเรียกร้องอิสระเสรี จะว่าไปหนังเรื่องนี้ก็คือหนังรักหนักดีๆนี่เองโดยให้เหตุการณ์การการเมืองมาเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่อง หนังเต็มไปด้วยบรรยากาศความเหงา, เศร้าสร้อยและเจ็บปวดเกือบตลอดทั้งเรื่องแม้แต่ฉากเลิฟซีนก็ยังทำให้เราได้รับรู้ถึงอารมณ์ต่างๆเหล่านั้น ถึงแม้หนังต้องการจะสื่อถึงความอิสระก็ตามที (แต่คนดูอย่างเราๆก็ตระหนักกันดีว่ามันไม่มีทาง) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบมากๆครับ ฉากจำในหนังเรื่องนี้สำหรับผมมีด้วยกันสองฉาก 1. คือฉากตอนซู่เว่ยที่อับเปหิตัวเองไปอยู่ในเยอรมนีในยุคก่อนกำแพงเบอร์ลินล่มสลายกับเพื่อนสาวชาวรัซเซีย (ที่ในตอนนั้นรัซเซียยังเป็นโซเวียตและก็มีการเรียกร้องสิทธิเชกเช่นเดียวกัน) นั่งอยู่ในลานกว้างโดยบทสนทนาของทั้งคู่คือการสอบถามว่าประเทศของแต่ละตนเป็นอย่างไรบ้าง? ก่อนที่จะได้รับคำตอบที่คล้ายกันแค่ว่า "มันก็...โอเคนะ!" ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมด้วยกับการหลบสายตา ความเงียบเข้าครอบงำ แล้วกล้องก็เคลื่อนสูงขึ้นแสดงให้เห็นความเวิ้งว้างก่อนที่เพื่อนสาวชาวรัซเซียจะถามคำถามแทงใจว่า "นี่เราอยู่ที่ไหนกันนี่? เบอร์ลินหรือ?" (เป็นการเล่นสถานะทางการเมืองของทั้งสามประเทศได้เจ็บมาก) อีกฉากที่เป็นบทสรุปสุดท้ายของหนังคือฉากที่นางเอกได้พบกับซู่เว่ยอีกครั้งบนชายหาด จบเช้าย่ำค่ำ ไม่มีคำพูดใดๆออกจากปากตัวละคร แต่คนดูร้องไห้ไปแล้วเรียบร้อยแล้ว...ว่าจะดูอีกรอบแล้วเขียนยาวๆอีกทีครับ
11/07/09 (Esplanade) - Transformers: Revenge of the Fallan (Michael Bay, USA, 2009) - 1.5/5
คลิ๊กที่รูป หรือ Transformers: Revenge of the Fallan กับ 10 คำตำหนิไม่มีชิ้นดี เพื่ออ่านบทความ...The first worst movie of the year!!!
14/07/09 (DVD) - Raw Summer (Keisuke Mishima, Japan, 2007) - 2/5
โปรดอย่าตัดสินหนังเรื่องนี้จากหน้าปกที่เป็นรูปกางเกงในเด็กมัธยมและ "น้องอ้อย" แห่งปิดเทอมใหญ่เด็ดขาด....และก็โปรดอย่าตัดสินไอ้สิ่งที่ผมเขียนไปข้างต้นนั้นด้วยครับว่าหนังมันจะมีดีอะไรเกินเลย เพราะหนังเรื่องนี้แม่งเหวอรับประทานครับ มันเป็นเรื่องของพนักงานออฟฟิตโรคจิตที่ไปชอบนักเรียนมัธยม (ไม่รู้ไปหานักแสดงมาจากไหนเพราะหน้าตาโรคจิตจริงๆ) หนังมีทั้งการพยายามฆ่าตัวตาย, การลวนลามบนรถไฟ, การช่วยตัวเองและ Blow-job!!! (แต่อย่าคิดว่าจะได้เห็นทะลุทะลวงอะไรนะ เพราะหนังมันไม่ใช่หนังอย่างว่า!
) หนังแสดงให้เห็นถึงความเสื่อมทรามของสภาพสังคม (โดยเฉพาะในญี่ปุ่น) ที่มีแต่ความเก็บกดและตัดสินกันที่เปลือกนอก รวมไปถึงการล่มสลายของความศรัทธา ซึ่งไอ้ความล่มสลายก่อนจบเรื่องนี่แหละที่สร้างความเหวอให้กับผมมากเพราะมันคือการประสานงานกันระหว่าง การช่วยตัวเอง, Blow-job, ความเศร้า, ความสับสน, ความตายและการแก้แค้น!!!
20/07/09 (DVD) - 20Th Century Boys: Ep.1 (Yukihiro Tsutsumi, Japan, 2008 ) - 2/5
เชื่อแน่ว่าหากใครได้อ่านการ์ตูนมาก่อนคงจะเฉยๆค่อนไปทางไม่ชอบกับหนังเรื่องนี้ครับ เพราะเล่นดึงเรื่องออกมาทื่อๆ ตรงไปตรงมา (ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดครับ แต่มันไม่สามารถดึงดูดคนที่เคยอ่านการ์ตูนมาแล้วได้ นอกเสียจากคนที่ยังไม่เคยอ่านและไม่เคยรู้จักการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน) และด้วยเวลาอันจำกัดของหนังก็ทำให้การนำเสนอดูเร่งรีบอย่างช่วยไม่ได้ สเน่ห์ต่างๆที่ฉบับการ์ตูนมอบให้จึงขาดหายไปอย่างน่าเสียดาย ตัวละครหลายๆตัวแคสมาได้อย่างน่าชม แต่พอมารวมๆกันแล้วกับไม่สามารถสร้างความรู้สึกดีๆแก่ผู้ชมได้ครับ โชคดีที่ช่วงท้ายของหนังให้ความบันเทิงพอได้บ้าง แต่ก็ยังคงเป็นการดูที่จบแล้วก็จบกัน...อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังรอดูภาคต่ออยู่ดีครับ (บังเอิญได้ดูในวันนี้ด้วยซึ่งเป็นวันเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรกของมนุษย์ชาติเมื่อปี 1969...เก๋ซะ)
20/07/09 (DVD) - ความจำสั้น แต่รักฉันยาว (ยงยุทธ ทองกองทุน, ไทย, 2009) - 2.5/5
ดูจบ ไม่รู้สึกรักหรือชอบ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่หรือเกลียด เป็นหนังในไม่กี่เรื่องครับที่ผมรู้สึกกับมันกลางๆมากๆเพราะดูจบแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษกับมันเลย มันไม่ห่วยนะ แต่มันก็ไม่ได้เลิศ รู้สึกเพียงแต่ว่าเป้ไม่เหมาะกับบทนี้ คุณลุงคุณป้าทั้งสองแสดงได้น่ารักดีและที่สำคัญญารินดาน่ารักและเป็นธรรมชาติมาก (แม้ว่าฉากด่าใส่โทรศัพท์จะห่างชั้นกับ "สะเดา" ใน "มนต์รักทรานซิสเตอร์" อยู่หลายช่วงตัว
)
24/07/09 (DVD) - Twilight (Catherine Hardwicke, USA, 2008) - 1/5
ดูตอนหัวค่ำกับแฟน ผมหลับไปตอนประมาณครึ่งชั่วโมงแรกครับแต่แฟนดูจนจบเลย (แต่มาบ่นว่าพระเอกไม่เห็นหล่อเลย...แอบภูมิใจ 555) ก็เลยต้องมาดูใหม่อีกรอบในตอนดึก แล้วผมก็สามารถสรุปได้ว่านี่เป็นหนังที่ดูแล้วน่าหงุดหงิดมากที่สุดครับ จะอะไรของเมิงนักหนาครับ นางเอกเหมือนคนโรคจิตมากเลยและผมไม่ขอเรียกพระเอกว่าแสดงหนังอยู่เพราะแข็งทื่อขาดชีวิตมากและไม่เข้าใจว่าทำไมชอบทำหน้าปวดขี้ตลอดเวลา เรื่องราวก็เอื้อยเอ่ยกันจริงๆ ฉากแวมไพร์กระโดดไปมาช่างน่าขัน แล้วสำหรับตัวร้าย จริงๆไม่ต้องใส่มาก็ได้นะครับมันดูหลุดโทนแห่งความเอื่อยเอ่ยไปไกลแสนไกลทำให้ยิ่งแย่ลงอีก (ไม่เข้าใจทำไมต้องมาตามนางเอกทั้งๆที่คนปกติก็มีเยอะแยะ แล้วก็มาตายกันง่ายๆ มาสั่นๆไปไวๆ
)...ไม่เคยอ่านหนังสือครับแต่ก็ไม่อยากคิดว่าตัวเองแก่แล้วเลยไม่สนุก
หรือเพราะหนังมันเหมาะกับแต่เฉพาะผู้หญิงหว่า???
25/07/09 (AVI) - Donnie Darko (Richard Kelly, USA, 2001) - 4.5/5
เป็นหนังที่หลอนใช้ได้เลยทีเดียวครับ องค์ประกอบหลายๆอย่างผมว่ามันเจ๋งมากทั้งเพลงที่เด่นพอๆกับตัวหนังเลย (จนต้องไปควานหาเพลงประกอบมาฟัง), การเคลื่อนกล้องไหวๆและ long-take ที่แสดงให้เห็นทุกพฤติกรรมของตัวละครในเวลาเดียวกันพร้อมทั้งเป็นการเล่าเรื่องไปในตัว, บรรยากาศหลอนๆที่ไม่น่าไว้ใจรวมไปถึงพล็อตเรื่องที่ดูพิศวงงงงวยอันว่าด้วยเรื่องของชายที่เห็นคนใส่ชุดกระต่ายมาบอกนิมิตถึงวันสิ้นโลกร่วมไปถึงเรื่องราวการเดินข้ามผ่านเวลา (ที่เล่นเอาผมเหวอแดกตอนเฉลยเรื่อง) แต่ที่เด็ดสุดคงเป็นการตบหน้าผู้ใหญ่ทั้งหลายที่ชอบคิดว่าตัวเองถูกอยู่เสมอและผู้น้อยทั้งหลายห้ามเถียง...บางทีการที่ให้กระต่ายหน้าตาอัปลักษณ์ตัวหนึ่งพาเราเดินออกจากโลกแห่งความจริงอันงี่เง่าได้ในระยะเวลาหนึ่ง ก็น่าสนใจไม่น้อย...
25/07/09 (DVD) - A Man Who Was Superman (Yoon-Chul Jeong, Korea, 2008) - 4.5/5
คลิ๊กที่รูป หรือ ฤ พวกเราคือซูเปอร์แมน ที่ดันมีคริปโตไนส์ฝังอยู่ในหัว... เพื่ออ่านบทความ...Surprise movie of the month!!!
27/07/09 (DVD) - Before Valentine ก่อนรัก...หมุนรอบตัวเรา (ทรงศักดิ์ มงคลทอง, พรชัย หงษ์รัตนาภรณ์, เสรี พงศ์นิธิ, ไทย, 2009) - 1/5
หนังเป็นตัวอย่างอันชัดเจนอีกครั้งที่แสดงให้เห็นว่าผู้กำกับโฆษณาหากต้องการทำหนังใหญ่ ต้องปรับปรุงแนวคิด, ทัศนคติและการทำงานพร้อมทั้งทุ่มแรงทุ่มกายอย่างหนักกว่าคนอื่นเขา เพราะหากเอาการทำงานแบบโฆษณามาทำหนังใหญ่ ตัวอย่างก็จะออกมาอย่างหนังเรื่องนี้ (อีกเรื่องที่ผมรู้สึกคือ "ก็เคยสัญญา" ซึ่งแทบจะมีปัญหาเดียวกัน) หนังชัดเจนมากว่าผู้กำกับไม่แม่นและอาจไม่คุ้นเคยกับงานที่ยาวกว่า 1 นาที แต่มองอีกแง่อาจเกิดจากมีผู้กำกับตั้ง 3 คนทำหนังที่จะต้องเชื่อมต่อกัน (แถมพยายามทำเก๋กว่าชาวบ้านเขาด้วย) อันเป็นปัญหาให้ความสมู๊ดของหนังหายไปอย่างสิ้นเชิง ทุกสิ่งทุกอย่างดูเกินพอดีไปซะหมด ทั้งบท, การแสดงหรือโปรดักซ์ชั่น แถมหนังยังแสดงให้เห็นถึงความประดิษฐ์ประดอยมากเกินพอดี ทำให้หนังขาดความมีชีวิตชีวา จนกลายเป็นหนังน่ารำคาญอีกเรื่องในรอบเดือน
30/07/09 (DVD) - หลวงพี่กับพี่ขนุน (ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล, ไทย, 2009) - 4.5/5
คลิ๊กที่รูป หรือ หลวงพี่กับผีขนุน: ความอิจฉาของคนเมืองเคยบวชและขาดแม่ เพื่ออ่านบทความ...หน้าหนังไม่เวิร์ค แต่เนื้อในคลิ๊กกับผมอย่างที่สุด
30/07/09(DVD) - Simpsons The Movie (David Silverman, USA, 2007) - 4/5
เป็นหนังที่นิยามสั้นๆและ่ง่ายได้ว่า "หนังอนิเมชั่นที่กวนบาทาอย่างแสบทรวงทะลวงไส้อย่างที่สุด" คงไม่มีครอบครัวไหนที่นรกได้เท่านี้อีกแล้ว แถมยังจิกกัดเค้าไปทั่วตั้งแต่มารยาทในการดูหนัง (อันนี้ชอบมาก) ลามไปถึงเรื่องสงครามเลยทีเดียว เพลิดเพลินแบบเต็มสตรีมกับความแพรวพราวของผู้สร้างครับ เป็นหนังที่ดูแล้วฮาอย่างถึงที่สุด เอ็นโดฟีนหลั่งแล้วหลั่งอีก อารมณ์ดีครับ
ซีรี่ย์
23/07/09 (DVD) Last Friends (11EP, Japan, 2008) - 3/5
ใช้เวลาในการดูยาวนานมากครับ ไม่ใช่มันไม่ดีหรือไม่สนุกอะไร เพียงแต่เดือนนี้งานหนักเกินพอดีและเสียเวลาไปกับการเสพอย่างอื่นซะเยอะครับเลยได้ดูแบบค่อยเป็นค่อยไปจนจบจนได้
สิ่งที่สะดุดใจผมที่สุดของซีรี่ย์เรื่องนี้คือการสร้างตัวละครในเรื่องครับ ตัวละครหลักเกือบทั้งหมดมีการสร้างปมที่น่าสนใจและเป็นเหตุเป็นผล ทุกคนในเรื่องมีดีมีชั่วต่างกันไป เราไม่สามารถที่จะตัดสินใครได้เลยด้วยการมองเพียงด้านเดียว อันนี้ชอบมากครับ สำหรับในเรื่องราว จริงอยู่ที่มันเป็นการถ่ายทอดชีวิตวัยหลังมหาลัยของหนุ่มสาวผู้เปี่ยมฝันและแน่นอนก็คือเรื่องราวของความรักที่มีทั้งแบบปกติและไม่ปกติตามธรรมชาติของโลก แต่ตัวเรื่องก็ยังสามารถทำให้เรา "รู้สึก" ได้อย่างไม่ขัดเขินและบ้างก็มีการช่วยลุ้นอยู่เล็กๆ เพียงแต่เป็นที่น่าเสียดายครับที่จากครึ่งซีรี่ย์ไปนั้น ตัวเรื่องกลับตกลงอย่างน่าใจหาย ความน่าติดตาเริ่มหายไปและสรุปจบแบบที่ผมรู้สึกว่า "ง่าย" และดู "สวยงาม" เกินจริง ยอมรับครับว่าผมคาดหวังอยากให้มันจบอย่างมืดหม่นที่สุดดั่งแรกเริ่มของตัวซีรี่ย์ เมื่อนั้นมันก็คงจะได้ใจผมไปมากกว่านี้ครับ
อย่างไรก็ตามส่วนที่ผมชอบมากที่สุดของซีรี่ย์นี้กลับคือไตเติ้ลเปิดเรื่องครับ ผมว่ามันเยี่ยมยุทธมาก ทั้งเพลงที่เข้ากับธีมหนังและมีความไพเราะ, ไดเร็คชั่นต่างๆและองค์ประกอบทั้งหมดนั้นดูดีและมีความหมาย จบท้ายด้วยด้ายแดงที่พันธนาการทุกตัวละครไว้ เห็นแล้วมันจี๊ดดีครับ เป็นการสื่อง่ายๆ แต่เจ๋งชะมัด
ปล1. เสียดายตัวละครเอริจังครับที่ดูเหมือนน่าจะเป็นตัวละครที่สามารถเล่าได้มากกว่านี้ แต่กลับเป็นตัวละครที่เบาโหว่งที่สุดในเรื่องครับ
ปล2. ขอบคุณพี่เอกเช้าสำหรับการเขียนแนะนำทำให้อยากดูครับ
สามารถอ่านได้ ที่นี่





)
ผมดู Last Friends แบบรวดเดียวจบเลย (ตอนนั้นไม่รู้จะฟิตไปไหน) แต่ส่วนตัวผมรู้สึกว่าละครน่าจะถูกสั่งให้เปลี่ยนแปลงบท มันเลยดูกั๊กๆ หลายๆ อย่างที่ปูมา(แล้วคิดว่ามันต้องแรง) อย่างผมคิดว่า พี่สาวกับน้องชายน่าจะมีอะไรกัน แต่มันแรงไปเลยถูกตัดทิ้ง
ว่าไปก็ต้องเขียนบ้างแล้ว ปรกติต้องเขียนสรุป 2 เดือนครั้งหนึ่ง แต่ลืมไปสนิทเลย
#1 By binkybear on 2009-08-03 11:58