Quantum of Solace: เฮ้ย! เอาพี่บอนด์คนใหม่ของผมคืนมา!@#!!?@*&
posted on 10 Nov 2008 08:03 by seamsee in Movies08/11/08 (SF Bangkae) - Quantum of Solace (Marc Forster, USA, 2008)
ก่อนอื่นใด: นี่เป็นบทความแห่งความรู้สึกส่วนตัวนะครับ ดูจบปุ๊มมานั่งเขียนปั๊บ แรงไปคงไม่ว่ากัน...
ตั่งแต่จำความได้ ผมได้ดูหนังชุด 007 อย่างจริงจังและตั้งใจก็ในยุคของเจมส์ บอนด์ที่ชื่อเพียซ บอสแนนจาก Golden Eye และเรื่อยมาๆ ที่มันก็เริ่มแย่ลงๆ จนผมจำชื่อภาคต่อๆมาหลังจาก Golden Eye แทบไม่ได้แล้ว
ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผมหมดอาลัยไปแทบสนิทกับหนังชุดนี้ก็คือความซ้ำซากจำเจและความเว่อร์เกินไปมาก (ถึงมากที่สุด) ของหนังชุดนี้ จนการมาของอีกหนึ่งบอร์น "เจสัน บอร์น" จาก Bourne Trilory ที่ทำให้ผมเชื่อมั่นในทันทีว่า สายลับคนใหม่นี้จะมาแทนความจำเจแบบเดิมๆที่ 007 เคยมีอย่างถาวร
แต่แล้วการมาถึงของ Casino Royale ได้เข้ามาตบกบาลผมฉาดใหญ่แล้วตะโกนดังๆว่า "กูกลับมาแล้วโว้ย!" ด้วยการยกเครื่องทุกอย่างใหม่หมด เปลี่ยนดารานำเป็นเดเนียล เคร็ก ที่ผมคิดว่าเขาเหมาะมากในการเป็นเจมส์ บอนด์ ถึงหน้าตาจะไม่หล่อเท่าคนก่อนๆ แต่ผมว่าเขามีเสน่ห์เหลือรับประทาน (อันนี้คงต้องถามบรรดาสาวๆด้วย ว่าจริงไหม?) ตัดความเว่อร์ความสำอางออกไปหมด, ขัดเกลาบทให้ดูดี มีเหตุผล จนได้หนังที่มีความดิบ, เถื่อนและสมจริงในเรื่องราวเคล้าดราม่าแกมตลกร้ายผสมกับแอ็คชั่นสุดมันส์ จนผมอยากตะโกนกลับไปว่า "ยินดีต้อนรับกลับโว้ย!
ผมรู้จักมาร์ค ฟอสเตอร์ครั้งแรกจาก Finding Neverland ที่ทำให้ผมเสียน้ำตาคาโรงได้ (อาจเพราะตอนนั้นอกหักก็เป็นได้...ขอแก้ตัวหน่อย
) ผมว่าฟอสเตอร์เขาเก่งในเรื่องการวางจังหวะจะโคนกับการกำกับนักแสดง แต่เสียดายที่ผมยังไม่ได้ดู The Kite Runner (ที่มีคนชมเยอะพอควร) ไม่งั้นผมคงได้รู้จักเขามากกว่านี้ก็เป็นได้
แต่แล้วเมื่อได้ข่าวว่าฟอสเตอร์มากำกับหนังภาคต่อที่ตีความใหม่ของหนังชุดนี้ ความประหวันก็เกิดขึ้นโดยพลัน เพราะดูจากงานที่ฟอสเตอร์เคยทำ (ที่ผมได้ดูเรื่องเดียวและอีกเรื่องที่ผมรู้จักแต่มันก็คนละแนวกันอยู่ดี) เปรียบเทียบกับความเป็นหนังชุดเจมส์ บอนด์แล้วนั้น มันแทบจะต่างกันสุดทาง แต่ผมก็ยังเชื่อว่าพี่ฟอสเตอร์คงทำหนังให้ออกมาดูดีและเข้าทางได้ ซึ่งบทสรุปแล้วมันก็เป็นไปอย่างที่ผมประหวันไว้จริงๆ!!! จนผมอยากถามพี่เขาว่า
"พี่มาร์คครับ! พี่ทำเยี่ยงนี้ได้อย่างไร? พี่ไม่สงสารเครดิตเก่าๆที่คนอื่นเขาอุตส่าห์ทำมาเลยหรือครับพี่?
"
โอเคครับ พี่หลอกผมได้ในตอนเปิดเรื่องสุดมันส์กับไตเติ้ลเปิดเรื่องที่ดูสวยงามและผมก็ชอบมากๆ
แต่แล้วจากนั้น...
แทบพูดได้ว่าหนังภาคนี้เหมือนกลายร่างย้อนกลับไปในยุคของพี่เพียซ บรอสแนนยังไงหยั่งงั้น โอเคครับว่าภาคนี้พี่บอนด์ของผมดูเป็นคนที่สมจริงสมจังมากกว่า แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว มันแทบไม่ต่างอะไรกันเลย ความเก่งขั้นเทพกลับมา (สู้กับคน 3-4คนในลิฟย์อย่างง่ายดายไม่กี่วิ แต่มาสู้กับหัวหน้าที่ไม่เป็นมวยเลยตั้งนาน?) ลุยแหลกไม่ต้องคิดอะไรกันเลยเพราะกู Unbreakable!!! แล้วก็ขอทีเถอะไอ้อุปกรณ์ไฮเทคๆน่ะ เก็บเข้ากรุไปเถอะมันยิ่งทำให้พี่ท่านไม่ใช่คนขึ้นไปใหญ่และมันก็น่าเบื่อ!!!
ถึงหนังจะมีความยาวเพียง 107 นาที แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันยาวร่วมสองชั่วโมง นั่งรอคอยกับแฟนให้หนังจบ โดยยังมีความคาดหวังนิดๆว่ามันคงจะดีขึ้นหน่า หรืออย่างน้อยๆก็คงจบแบบสวยๆ....แต่แล้วมันก็เป็นเพียงแต่ความหวัง (ไม่ลมไม่แล้ง แต่เป็นทะเลทรายเลย...ที่ไม่มีน้ำอยู่ด้านล่างด้วย) แทบจะอ๊วกมาเป็นแอ็คชั่น
ส่วนดราม่าก็ไม่ได้รู้สึกร่วมอะไรกับพี่แกเลยให้ตายซิ!
ส่วนนักแสดง ผมว่าพี่เคร็คก็ทำหน้าที่ของแกอย่างเต็มที่ ที่ถึงแม้มันจะออกมาต่างกับภาคแรกอย่างสิ้นเชิง สเน่ห์หายไปไหนหมดก็ไม่ทราบได้ ส่วนตัวร้ายนี่ยิ่งแล้วใหญ่เลย พี่ Mathieu Amalric ที่ผมชื่นชมจากบทโดมินิค โบดี้ใน The Diving Bell and The Butterfly ในเรื่องนี้ก็ชื่อโดมินิคเหมือนกันแต่ในเวอร์ชั่นที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว โอเคว่าหน้าพี่แกผ่านในเรื่องความร้าย แต่ก็แค่นั้น ผมไม่ได้รู้สึกว่าพี่แกฉลาดหรือเก่งเลยด้วยซ้ำและสุดท้ายภาคนี้ผมขอให้เป็นภาคที่ผู้หญิงของบอนด์อยู่ในขั้นเลวร้ายมากครับ
...(อารมณ์เดียวกันกับที่ให้ เดนนิส ริชาร์ดมาแสดงเป็นด็อกเตอร์ในภาคหนึ่งของยุคพี่เพียซ)
พี่มาร์คทำให้ Casino Royale ต้องเสียน้ำตา "แม่ง! ทำกับกูได้! ไอ้ !@#!" และผมขอสบทบด้วยว่า "พี่เป็นคนเก่งนะครับ ทำหนังดี แต่พี่รีบกลับไปทำหนังแนวพี่เถอะครับ ผมไหว้ละ ถือว่าเห็นแก่ผมและ Casino Royale เถอะ"
ไม่รู้ว่าผมคาดหวังไว้มากหรือเปล่า? แต่โมเม้นต์นี้ผมผิดหวังอย่างมากครับ........1/5


ปล นางเอกเราเหมือนเป้นตัวประกอบเลยเน๊อะ!?
#1 By ฺBear-killer on 2008-11-10 09:54